คู่มือ
📅 2026-09-22 ⏱️ 12 นาที Dean Dean

การควบคุมด้วยเสียง Gemini บน Android: คำสั่ง Live Screen Automation และต่างจาก Phone Agent อย่างไร

คู่มือ Gemini voice บน Android จากเอกสาร Google: คำสั่งที่รองรับ Hey Google และ Voice Match, Gemini Live กับ Connected Apps, screen automation แบบ beta, ไฟล์เสียง และการเทียบกับ phone agent

ผู้ใช้ Android พูดกับ Gemini เพื่อส่งข้อความ ใช้ Gemini Live และตรวจงานบนหน้าจอ ก่อนเทียบกับ phone agent ที่มีสิทธิ์และขอบเขตแยกต่างหาก
📋 ประเด็นสำคัญ
  • Gemini voice บน Android ไม่ได้จำกัดแค่ตอบคำถามหรือร่างข้อความ เอกสาร Google ระบุงานที่รองรับ เช่น ส่งข้อความ ควบคุมอุปกรณ์บ้านที่เชื่อมไว้ และ quick actions บางอย่าง เมื่ออุปกรณ์ บัญชี ภาษา ภูมิภาค และบริการพร้อม
  • Gemini Live เป็นเส้นทางแยกสำหรับสนทนา ใช้กล้องหรือหน้าจอ และในบางบัญชีสามารถใช้ Connected Apps ทำงานที่รองรับ เช่นสร้างกิจกรรมในปฏิทินได้ โดยการเปิดใช้ยังทยอยให้บริการ
  • Google มีเส้นทาง screen automation แบบ beta สำหรับงานหลายขั้นในแอป Android บางแอปบนอุปกรณ์ที่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช่การควบคุม Android ทุกเครื่องหรือทุกแอปแบบสากล
  • FoneClaw เป็น Android phone-agent runtime แยกจากแอป Gemini สำหรับผู้บริโภค ผู้ใช้ตั้งค่าโมเดลที่เข้ากันได้ใน FoneClaw ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นการผสานกับ consumer Gemini app

Gemini voice บน Android ทำอะไรได้จริง

การควบคุมด้วยเสียง Gemini Android ครอบคลุมมากกว่าการถามตอบ แต่ก็ไม่ใช่สิทธิ์ควบคุมทุกแอปบนโทรศัพท์แบบเปิดกว้าง เอกสาร ความช่วยเหลือของ Google เรื่องการใช้ Gemini กับฟีเจอร์ของ Google Assistant ระบุฟีเจอร์เสียงที่รองรับ เช่น ส่งข้อความ ควบคุมอุปกรณ์บ้านที่เชื่อมไว้ และ quick actions บางอย่าง โดยความพร้อมขึ้นกับอุปกรณ์ บัญชี ภาษา ภูมิภาค และแอปหรือบริการที่เชื่อมอยู่

ทางเข้าด้วย Hey Google และ Voice Match ต้องตั้งค่าตามเงื่อนไขของ Google ก่อนใช้งาน ฟีเจอร์บางอย่างอยู่ในกรอบความเข้ากันได้กับ Assistant จึงควรแยกระหว่าง “เรียก Gemini ด้วยเสียงได้” กับ “สั่งให้ทำงานในแอปปลายทางได้” หากเครื่องของคุณไม่มีตัวเลือกที่เห็นในคู่มือ ให้ตรวจความพร้อมจากเอกสาร Google และหน้าตั้งค่าบนเครื่องจริงก่อนสรุปว่าแอปเสีย

อีกเส้นทางที่สำคัญคือ Gemini Live เอกสาร ความช่วยเหลือของ Google เรื่อง Gemini Live ระบุว่า Live ใช้การสนทนา กล้อง และหน้าจอที่แชร์ได้ และในบางกรณีสามารถใช้ Connected Apps เพื่อทำงานที่รองรับ เช่นสร้างกิจกรรมในปฏิทิน ความพร้อมของฟีเจอร์นี้ทยอยเปิดให้บริการ และบัญชี work หรือ school อาจขึ้นกับผู้ดูแลระบบ

Google ยังมีเส้นทาง screen automation แบบ beta สำหรับงานหลายขั้นในแอป Android บางแอป เอกสาร ความช่วยเหลือของ Google เรื่อง screen automation ในแอป Android ที่เลือก ระบุว่าใช้งานได้บนอุปกรณ์ที่เข้าเงื่อนไข เช่น Pixel 10, Pixel 10 Pro, Pixel 10 Pro XL และ Samsung Galaxy S26 series, Z Flip 8, Z Fold 8 กับบัญชีส่วนตัวของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาหรือเกาหลี ภาษาอังกฤษหรือเกาหลี โดย Pixel 10 ไม่รวมในเกาหลี และฟีเจอร์ยังทยอยเปิดให้บริการ

สิ่งที่ต้องการทำทางเข้าเงื่อนไขก่อนใช้ถ้าไม่ทำงานให้ตรวจ
ถามหรือร่างคำตอบด้วยเสียงเปิด Gemini แล้วพูด หรือใช้ทางเรียกที่รองรับไมโครโฟน ภาษา บัญชี และอินเทอร์เน็ตพร้อมสิทธิ์ไมค์ แอป Gemini หรือ Google และภาษาอินพุต
ส่งข้อความหรือ quick actionsคำสั่งเสียงที่ Google รองรับบริการปลายทาง ผู้ติดต่อ และบัญชีพร้อมใช้งานแอปที่เชื่อม สิทธิ์ ผู้รับ และขั้นยืนยันที่ปรากฏ
ควบคุมอุปกรณ์บ้านที่เชื่อมไว้คำสั่งเสียงกับอุปกรณ์ที่ตั้งค่าแล้วอุปกรณ์ออนไลน์ บัญชีเชื่อมถูกต้อง และชื่ออุปกรณ์ไม่กำกวมแอปบ้าน ห้อง อุปกรณ์ออฟไลน์ และบัญชีที่เชื่อม
ใช้ Live กับ Connected AppsGemini Liveฟีเจอร์เปิดในบัญชีและ Connected Apps รองรับงานนั้นบัญชี ภาษา แอปที่เชื่อม การทยอยเปิด และข้อจำกัด work/school
งานหลายขั้นในแอป Android บางแอปScreen automation แบบ betaอุปกรณ์ บัญชี ประเทศ ภาษา และแอปอยู่ในรายการที่รองรับสิทธิ์รายแอป ความคืบหน้า ขั้นยืนยัน และข้อจำกัดการ takeover

ภาพรวม Gemini จาก Google อธิบาย Gemini ในฐานะผู้ช่วย multimodal บนมือถือและเว็บ ความหมายเชิงปฏิบัติคือ Gemini รับเสียง ข้อความ ภาพ และบริบทได้หลายแบบ แต่การลงมือจริงยังต้องอยู่ในเส้นทางที่ผลิตภัณฑ์รองรับ ไม่ใช่การควบคุมทุกแอปโดยอัตโนมัติ

แก้เสียง Gemini ไม่ทำงานบน Android

ถ้าเสียง Gemini Android ไม่ทำงาน ให้แยกอาการก่อน อาการแรกคือแอปไม่รับเสียงเลย อาการที่สองคือรับเสียงแต่เข้าใจผิด อาการที่สามคือเรียกด้วย Hey Google ไม่ขึ้น อาการที่สี่คือ Gemini ตอบได้แต่ action ที่คาดหวังไม่เกิดในแอปปลายทาง แต่ละอาการใช้วิธีแก้ต่างกัน จึงควรตรวจทีละชั้นแทนการล้างข้อมูลแอปทันที

เริ่มจากไมโครโฟน เปิดการตั้งค่าแอปบน Android แล้วตรวจว่า Gemini หรือแอป Google ที่เกี่ยวข้องมีสิทธิ์ไมโครโฟนหรือไม่ จากนั้นลองพูดคำถามสั้นที่ไม่มีผลต่อข้อมูล เช่น “สรุปสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับประชุมสามข้อ” ถ้าแอปอื่นรับเสียงได้แต่ Gemini ไม่รับ ให้ตรวจสิทธิ์เฉพาะแอป การอัปเดตแอป สถานะบัญชี Google และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ถ้าเรียกด้วย Hey Google ไม่ได้ ให้ตรวจว่าอุปกรณ์รองรับการเรียกด้วยเสียงในสภาพแวดล้อมนั้นหรือไม่ Voice Match ตั้งค่าแล้วหรือยัง และบัญชีที่ใช้อยู่ตรงกับบัญชีที่ตั้งค่าไว้หรือไม่ บางฟีเจอร์ของ Assistant ที่ทำงานร่วมกับ Gemini อาจมีเงื่อนไขต่างจากการเปิดแอป Gemini แล้วกดไมโครโฟนโดยตรง จึงควรทดสอบทั้งสองทางเข้าแยกกัน

ถ้า Gemini รับเสียงแต่เข้าใจผิด ให้ตรวจภาษาอินพุต เสียงรบกวน สำเนียง ชื่อเฉพาะ และคำย่อ ลองพูดสั้นลงก่อน เช่น “ร่างข้อความถึงเมย์ว่าเอกสารพร้อมแล้ว” แล้วตรวจข้อความที่ได้ หากชื่อคนหรือคำเฉพาะผิด อย่าใช้เสียงนั้นส่งต่อทันที ให้แก้ข้อความก่อนหรือใช้วิธีพิมพ์เสริม

ถ้า Gemini ตอบได้แต่ทำงานไม่สำเร็จ ให้ตรวจว่าเป็นงานประเภทใด ถ้าเป็น action ผ่าน Assistant features ให้ดูว่าแอปหรือบริการเชื่อมไว้หรือไม่ ถ้าเป็น Connected Apps ใน Live ให้ตรวจความพร้อมของบัญชีและแอปที่รองรับ ถ้าเป็น screen automation ให้ตรวจอุปกรณ์ ประเทศ ภาษา อายุบัญชี สิทธิ์รายแอป และขั้นยืนยันที่ Gemini แสดง สำหรับการตั้งค่าเสียง Android แบบกว้าง เช่น Voice Access, สิทธิ์ไมโครโฟน และการควบคุมหน้าจอด้วยเสียง คู่มือ ควบคุม Android ด้วยเสียง: ตั้งค่า Voice Access และใช้ FoneClaw ช่วยแยกปัญหาระดับระบบออกจากปัญหาเฉพาะ Gemini ได้ดี

แยก voice input, Live, screen automation และไฟล์เสียง

เสียง Gemini Android มีหลายเส้นทางที่ไม่ควรปนกัน เส้นทางแรกคือ voice input หรือการพูดแทนการพิมพ์เพื่อถาม ร่างข้อความ หรือเริ่มคำสั่งที่รองรับ เส้นทางนี้เริ่มจากไมโครโฟนและให้ผลลัพธ์เป็นคำตอบ ข้อความ หรือ action ที่ระบบรองรับ ผู้ใช้ยังควรตรวจชื่อ ผู้รับ วันเวลา และผลลัพธ์ก่อนถือว่างานสำเร็จ

เส้นทางที่สองคือ Gemini Live ผู้ใช้สามารถสนทนาแบบต่อเนื่อง ใช้กล้องหรือหน้าจอที่แชร์ และในบางบัญชีใช้ Connected Apps เพื่อทำงานที่รองรับ เช่นสร้างกิจกรรมในปฏิทินได้ Live จึงไม่ใช่แค่คำแนะนำเชิงภาพแบบ passive แต่การแชร์หน้าจออย่างเดียวก็ไม่ได้ทำให้ Gemini ควบคุมทุกแอปได้โดยอัตโนมัติ งานที่รองรับต้องอยู่ในขอบเขตของ Live, Connected Apps, บัญชี และการทยอยเปิดฟีเจอร์

เส้นทางที่สามคือ screen automation แบบ beta สำหรับงานหลายขั้นในแอป Android บางแอปบนอุปกรณ์ที่เข้าเงื่อนไข เส้นทางนี้ต่างจาก Connected Apps และต่างจากการถาม Live จากหน้าจอทั่วไป เพราะมีสิทธิ์รายแอป ความคืบหน้าของงาน การหยุดงาน และการตรวจหรือยืนยันในขั้นที่เกี่ยวข้อง ข้อจำกัด takeover ก็ขึ้นกับอุปกรณ์ โดย Pixel 10 และ Samsung Galaxy S26 สามารถหยุดงานได้ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถ takeover หรือรับช่วงควบคุมเองระหว่างงานได้ตามเอกสาร Google

เส้นทางที่สี่คือไฟล์เสียงหรือบันทึกเสียง เอกสาร ความช่วยเหลือของ Google เรื่องการวิเคราะห์ไฟล์เสียงใน Gemini Apps ระบุว่า Gemini Apps รับไฟล์เสียงที่รองรับเพื่อวิเคราะห์ได้ภายใต้ข้อจำกัดของบัญชี แผน และการอัปโหลด เส้นทางนี้ต่างจากการพูดสดใน Live และต่างจาก dictation ในช่องพิมพ์ ผู้ใช้ควรตรวจชื่อ วันที่ ตัวเลข และสิ่งที่อาจขาดหายจาก transcript หรือสรุปที่สร้างขึ้น

เส้นทางใช้เมื่อใดข้อควรตรวจ
Voice inputพูดถาม ร่างข้อความ หรือเริ่มคำสั่งเสียงที่รองรับสิทธิ์ไมค์ ภาษา ข้อความที่ถอดได้ และผลลัพธ์ปลายทาง
Gemini Liveต้องการสนทนาต่อเนื่อง ใช้กล้อง หน้าจอ หรือ Connected Apps ที่รองรับข้อมูลที่แชร์ แอปที่เชื่อม ความพร้อมของบัญชี และงานที่รองรับจริง
Screen automationต้องการงานหลายขั้นในแอป Android บางแอปบนอุปกรณ์ที่เข้าเงื่อนไขอุปกรณ์ ประเทศ ภาษา อายุบัญชี สิทธิ์รายแอป ความคืบหน้า และขั้นยืนยัน
ไฟล์เสียงต้องการวิเคราะห์หรือสรุปเสียงที่อัปโหลดข้อจำกัดบัญชีหรือแผน ขนาดไฟล์ ชื่อเฉพาะ วันที่ และความครบถ้วนของ transcript

อย่านำความสามารถของ developer API มาสรุปแทนประสบการณ์ผู้บริโภคโดยตรง หากใช้ Gemini Apps บน Android ให้ยึดสิ่งที่แอปและเอกสาร Google ระบุไว้สำหรับบัญชีของคุณเป็นหลัก หากต้องการภาพรวม Gemini บน Android ที่กว้างกว่าเรื่องเสียง เช่น Live, บัญชี, ความพร้อม และงานบนโทรศัพท์ อ่าน Gemini บน Android: ฟีเจอร์ Live และงานบนโทรศัพท์ เพื่อใช้คู่กับบทความนี้โดยไม่ต้องเดาจากตัวอย่างของเครื่องอื่น

Gemini เทียบกับ Android phone agent

Gemini และ Android phone agent แก้โจทย์คนละชั้น แต่มีพื้นที่ทับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม Gemini voice เหมาะกับการถาม พูดคุย ถอดเสียง ใช้ Live กับภาพหรือหน้าจอ ทำ Connected Apps actions ที่รองรับ และใช้ screen automation แบบ beta ในแอป Android บางแอปบนอุปกรณ์ที่เข้าเงื่อนไข สิ่งเหล่านี้เป็นความสามารถจริงของ Gemini ไม่ใช่แค่การร่างข้อความ แต่ก็ยังไม่ใช่การควบคุม Android ทุกแอปแบบสากล

ใน FoneClaw ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าโมเดลที่เข้ากันได้ รวมถึงโมเดล Gemini ที่รองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมนั้น เพื่อให้โมเดลช่วยคิดและวางแผนภายใน FoneClaw ได้ สิ่งนี้ไม่ใช่การผสานกับแอป Gemini สำหรับผู้บริโภค และไม่ใช่การอ้างว่า FoneClaw ควบคุม Gemini app หรือใช้บัญชี Gemini app แทนผู้ใช้ เราแยกชัดเจนระหว่าง “โมเดลที่ตั้งค่าใน FoneClaw” กับ “แอป Gemini ที่ Google ให้ผู้บริโภคใช้งาน”

สิ่งที่ FoneClaw เพิ่มจากชั้นโมเดลคือ runtime สำหรับ Android phone-agent execution โมเดลที่ผู้ใช้ตั้งค่าช่วยตีความเจตนา ส่วน FoneClaw จัดเครื่องมือที่รองรับบน Android พร้อมการควบคุมสิทธิ์และการอนุมัติ เครื่องมือในตัวมากกว่า 100 รายการครอบคลุมหมวดอย่างหน้าจอและแอป สถานะอุปกรณ์ เมล การสื่อสาร ปฏิทิน บันทึก และเวิร์กโฟลว์ แต่เราไม่อ้างว่าควบคุมทุกแอปหรือทุกการตั้งค่าได้ทั่วเครื่อง

การเปรียบเทียบที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ “ใครมีการยืนยัน” เพราะ Gemini screen automation เองก็มี progress, stopping และ confirmation/review ในกรณีที่เกี่ยวข้อง คำถามที่ควรถามคือเส้นทางใดรองรับงานของคุณบนอุปกรณ์จริง บัญชีจริง ภาษาและประเทศจริง และแอปปลายทางจริงมากกว่า หากงานอยู่ในขอบเขต Gemini ที่ Google รองรับ การใช้ Gemini โดยตรงอาจเหมาะที่สุด หากงานต้องใช้เครื่องมือ Android ที่ FoneClaw รองรับและต้องจัดเวิร์กโฟลว์ซ้ำ ผู้ใช้ควรประเมินชั้น phone-agent runtime เพิ่มเติม

เกณฑ์Gemini บน AndroidFoneClaw phone agent
บัญชีและทางเข้าใช้แอปและบัญชี Google ตามเงื่อนไขของ Gemini, Live และ screen automationใช้ FoneClaw และโมเดลที่ผู้ใช้ตั้งค่าใน FoneClaw
อุปกรณ์ฟีเจอร์ต่างกันตามอุปกรณ์ ภาษา ประเทศ และการทยอยเปิด เช่น screen automation เฉพาะอุปกรณ์ที่เข้าเงื่อนไขทำงานเป็น runtime ฝั่ง Android สำหรับงานที่ FoneClaw รองรับ
แอปที่เชื่อมใช้ Assistant features, Connected Apps หรือแอป Android ที่ Google ระบุว่ารองรับใช้เครื่องมือ Android ที่ FoneClaw รองรับและผู้ใช้อนุญาต
ขอบเขตงานถาม ตอบ ร่าง ถอดเสียง Live, Connected Apps และ screen automation ในขอบเขตที่กำหนดเวิร์กโฟลว์ phone-side ที่มีเครื่องมือ สิทธิ์ และจุดตรวจตามความสามารถของ FoneClaw
การตรวจผลดู progress, confirmation หรือผลในแอปปลายทางตามเส้นทาง Gemini ที่ใช้เน้นผลลัพธ์ที่ตรวจได้และเส้นทางกู้คืนเมื่อเครื่องมือหรือสิทธิ์ไม่พร้อม

หากต้องการเข้าใจชั้น phone-agent execution ให้ละเอียดขึ้น อ่าน AI agent ควบคุมโทรศัพท์ Android: จากเจตนา สู่ข้อเสนอ การยืนยัน และผลลัพธ์ที่ตรวจได้ และถ้าโจทย์เป็นงานตามเวลา ไม่ใช่การถามด้วยเสียงครั้งเดียว คู่มือ ระบบอัตโนมัติ AI ตามกำหนดเวลาบน Android: ทำงานในเครื่อง กู้คืนบนคลาวด์ และแจ้งเตือนงานที่พลาด จะตรงกับชั้น execution มากกว่า

วิธีทดสอบเส้นทางที่ปลอดภัย

เริ่มจากงานที่ปลอดภัยและย้อนกลับได้ พูดคำถามสั้นกับ Gemini เพื่อทดสอบไมค์และภาษา เช่นขอให้สรุปรายการเตรียมประชุมสามข้อ จากนั้นลองคำสั่งที่อยู่ในเอกสาร Google เช่นส่งข้อความหรือควบคุมอุปกรณ์บ้านที่เชื่อมไว้ หากบริการของคุณรองรับ ตรวจผลในแอปปลายทาง ไม่ดูเพียงคำตอบว่า “ดำเนินการแล้ว”

ถ้าจะใช้ Hey Google ให้ทดสอบทางเรียกนี้แยกจากการเปิดแอป Gemini แล้วกดไมค์ เพราะเงื่อนไข Voice Match และ Assistant-feature compatibility อาจไม่เหมือนกัน ถ้าจะใช้ Live ให้ลองคำถามที่ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวก่อน แล้วจึงทดสอบกล้อง หน้าจอ หรือ Connected Apps ที่บัญชีของคุณรองรับ ถ้าจะใช้ screen automation ให้เริ่มจากงานในแอปที่ Google ระบุว่ารองรับและตรวจว่ามี progress, stop และ confirmation ตามที่ควรมีหรือไม่

  1. ตรวจสิทธิ์ไมโครโฟนและพูดคำถามสั้น
  2. ตรวจภาษาและข้อความที่ถอดได้ โดยเฉพาะชื่อ ตัวเลข และเวลา
  3. ทดสอบ Hey Google หรือ Voice Match เฉพาะเมื่อคุณตั้งใจใช้ทางเข้านั้น
  4. ลอง action ที่ Google ระบุว่ารองรับในบัญชีและอุปกรณ์ของคุณ
  5. แยก Live, Connected Apps และ screen automation ออกจาก voice input ปกติ
  6. ตรวจผลในแอปปลายทาง รวมถึง progress, stop, review หรือ confirmation ที่เกี่ยวข้อง
  7. ถ้างานอยู่นอกขอบเขต Gemini ให้ประเมิน phone-agent runtime ที่มีเครื่องมือและสิทธิ์รองรับงานนั้นจริง

บทความนี้ตั้งใจช่วยตีความและจัดลำดับการตรวจ ไม่ได้แทนเอกสารของ Google สำหรับความพร้อมล่าสุดให้ยึด Google help เป็นแหล่งหลัก และใช้หน้านี้เพื่อแยกว่าปัญหาของคุณอยู่ที่เสียง บัญชี แอปที่เชื่อม Live ไฟล์เสียง screen automation หรือชั้น phone-agent execution

คำถามที่พบบ่อย

Gemini voice ช่วยให้พูดถาม ร่างข้อความ ใช้ quick actions บางอย่าง ส่งข้อความหรือควบคุมอุปกรณ์บ้านที่เชื่อมไว้ในกรณีที่ Google รองรับ ใช้ Gemini Live กับกล้องหรือหน้าจอ และในบางบัญชีใช้ Connected Apps หรือ screen automation ที่เข้าเงื่อนไขได้
สาเหตุพบบ่อยคือไม่มีสิทธิ์ไมโครโฟน ภาษาไม่ตรง แอปยังไม่อัปเดต อินเทอร์เน็ตมีปัญหา บัญชีไม่เข้าเงื่อนไข หรือ Hey Google/Voice Match ยังไม่ได้ตั้งค่าตรงกับฟีเจอร์ที่ต้องใช้ ถ้าเป็น Live หรือ screen automation ต้องตรวจความพร้อมของบัญชี อุปกรณ์ ประเทศ ภาษา และแอปที่รองรับด้วย
ไม่ควรมองว่าแทนกันโดยตรง Gemini เหมาะกับการสนทนา คำตอบ Live, Connected Apps, screen automation ที่รองรับ และการวิเคราะห์ไฟล์เสียง ส่วน Voice Access เป็นเครื่องมือการเข้าถึงสำหรับควบคุมอินเทอร์เฟซ Android ด้วยเสียงในงานที่รองรับ
ควบคุมหรือทำงานได้เฉพาะเส้นทางที่ Google รองรับ เช่น Assistant features, Connected Apps ใน Live หรือ screen automation แบบ beta ในแอป Android บางแอปบนอุปกรณ์ที่เข้าเงื่อนไข ไม่ควรถือว่า Gemini voice ควบคุมทุกแอป Android หรือทุกขั้นตอนหลายหน้าจอได้โดยอัตโนมัติ
Gemini voice ทำงานในขอบเขตผลิตภัณฑ์ของ Google เช่น voice actions, Live, Connected Apps และ screen automation ที่รองรับ ส่วน phone agent คือ runtime อีกชั้นที่ใช้เครื่องมือ สิทธิ์ และเวิร์กโฟลว์ของตนเอง การตั้งค่าโมเดล Gemini ที่เข้ากันได้ใน phone agent ไม่ใช่การผสานกับแอป Gemini สำหรับผู้บริโภค