คู่มือ AI Agent
📅 2026-09-10 ⏱️ 11 นาที Dean Dean

iOS 27, Siri และ Gemini: ความสัมพันธ์ระหว่างโมเดล คลาวด์ และการสั่งงานแอป

อธิบายความสัมพันธ์ของ Siri AI กับเทคโนโลยี Gemini ใน iOS 27 ตั้งแต่ Apple Foundation Models การประมวลผลบนอุปกรณ์และ Private Cloud Compute ไปจนถึง App Intents

ภาพประกอบแนวคิดโทรศัพท์สีเงินในมุมเอียง แสดงหน้าจอสนทนาสีเข้มพร้อมข้อความ Siri และ Gemini คำขอวางแผนเที่ยวเกียวโตช่วงสุดสัปดาห์ และกรอบคำตอบสีม่วงน้ำเงิน
📋 ประเด็นสำคัญ
  • Apple และ Google ยืนยันว่าเทคโนโลยี Google และ Gemini รองรับการสร้าง Apple Foundation Models แบบกำหนดเฉพาะ ซึ่งเป็นฐานของ Apple Intelligence และ Siri AI
  • Siri เป็นส่วนติดต่อของผู้ช่วย ส่วน Apple Foundation Models เป็นชั้นโมเดล และ App Intents เป็นช่องทางให้ Siri เรียกการกระทำกับเนื้อหาที่แอปรองรับ
  • Apple ใช้ทั้งการประมวลผลบนอุปกรณ์และ Private Cloud Compute โดยงานที่ต้องใช้กำลังมากขึ้นอาจใช้ Cloud Pro บนโครงสร้างพื้นฐาน Google Cloud และ NVIDIA ภายใต้การออกแบบของ PCC
  • บน Android FoneClaw แยกการตีความของโมเดลออกจากเครื่องมือที่ลงมือ โดยผู้ใช้สามารถอ่านตารางเวลาปฏิทิน เปิดรายการจริง และตรวจผลกับแอปปฏิทินได้

Siri ใช้เทคโนโลยี Gemini อย่างไร

คำตอบโดยตรงสำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง Siri, Gemini และ iOS 27 คือ Apple กับ Google ยืนยันความร่วมมือด้านเทคโนโลยีโมเดลแล้ว แถลงการณ์ร่วมของ Apple และ Google เรื่องเทคโนโลยี Gemini ระบุว่า Apple Foundation Models แบบกำหนดเฉพาะสร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี Google และ Gemini เพื่อเป็นฐานให้ Apple Intelligence รวมถึงประสบการณ์ Siri AI รุ่นใหม่

ความสัมพันธ์นี้อยู่ที่ชั้นเทคโนโลยีและโมเดล ไม่ได้ทำให้ Siri กลายเป็นแอป Gemini สำหรับผู้บริโภค ผู้ใช้โต้ตอบผ่าน Siri และคุณสมบัติของ Apple Intelligence ขณะที่ Apple เป็นผู้จัดวางโมเดล การประมวลผล และการเชื่อมกับแอปในระบบของตน จึงไม่ต้องติดตั้งแอป Gemini เพื่อเข้าถึง Siri AI และไม่มีการตั้งค่า Siri ที่กำหนดให้สมัครบริการ Gemini แบบชำระเงิน

ส่วน Siri ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังทำงานพื้นฐานบนอุปกรณ์ที่รองรับได้ เช่น โทร ตั้งเวลา เปิดแอป หรือส่งคำขอไปยังบริการของ Apple ตามการตั้งค่าเดิม Siri AI รุ่นใหม่เป็นความสามารถอีกช่วงหนึ่ง ตาม ประกาศกำหนดการ iOS 27 และ Siri AI จาก Apple อัปเดต iOS 27 ฟรีและเบต้า Siri AI ภาษาอังกฤษมีกำหนดเริ่มวันที่ 14 กันยายน 2026 ซึ่งยังเป็นอนาคต ณ วันที่ 10 กันยายน

Apple วางแผนเพิ่มภาษาฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี โปรตุเกส และสเปนในเดือนตุลาคม แต่ภาษา รุ่นอุปกรณ์ ภูมิภาค บัญชี และคุณสมบัติแต่ละรายการต้องตรวจแยกกัน ภาษาที่ Apple Intelligence รองรับในภาพรวมไม่จำเป็นต้องตรงกับความพร้อมของ Siri AI ทุกส่วน คู่มือ Siri AI บน iOS 27 เปิดเบต้าเมื่อไรและใครใช้ได้ ช่วยตรวจเงื่อนไขเหล่านี้ก่อนอัปเดตหรือพึ่งพาความสามารถใหม่

แผนผังโมเดล การประมวลผล และส่วนติดต่อของ Siri

การมองสถาปัตยกรรมเป็นสี่ชั้นช่วยอธิบายความสัมพันธ์ได้ชัด ชั้นแรกคือเทคโนโลยีที่ใช้สร้างโมเดล ซึ่งรวมความร่วมมือกับ Google ชั้นที่สองคือ Apple Foundation Models ที่ Apple กำหนดและนำไปใช้กับ Apple Intelligence ชั้นที่สามคือสถานที่ประมวลผล ได้แก่ อุปกรณ์และ Private Cloud Compute ส่วนชั้นสุดท้ายคือ Siri กับ App Intents ซึ่งรับคำขอและเชื่อมไปยังการกระทำของแอป

ชั้นบทบาทสิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้
เทคโนโลยีโมเดลเทคโนโลยี Google และ Gemini สนับสนุนการสร้างโมเดลแบบกำหนดเฉพาะของ Appleเป็นความร่วมมือด้านรากฐานโมเดล ไม่ใช่การเปลี่ยน Siri ให้เป็นแอป Gemini
Apple Foundation Modelsทำความเข้าใจและสร้างผลลัพธ์สำหรับ Apple IntelligenceApple เป็นผู้จัดวางโมเดลภายในผลิตภัณฑ์ของตน
อุปกรณ์และ PCCเลือกประมวลผลตามความต้องการของงานและอุปกรณ์คำขอแต่ละประเภทอาจใช้เส้นทางต่างกัน
Siri และ App Intentsรับคำขอ แสดงประสบการณ์ และเรียกการกระทำที่แอปเปิดไว้งานจะสำเร็จเมื่อมีแอปรองรับ สิทธิ์ถูกต้อง และเกิดผลในปลายทาง

ข้อมูล Apple Foundation Models รุ่นที่สาม อธิบายตระกูลโมเดลที่ใช้ทั้งบนอุปกรณ์และใน Private Cloud Compute การประมวลผลบนอุปกรณ์เหมาะกับงานที่โมเดลและฮาร์ดแวร์รองรับ ส่วนงานที่ต้องใช้กำลังมากขึ้นสามารถส่งไปยังสภาพแวดล้อม PCC ตามการตัดสินใจของระบบ

Apple ยังขยาย PCC ด้วยโมเดล Cloud Pro ซึ่งทำงานบนโครงสร้างพื้นฐาน Google Cloud และ NVIDIA ภายใต้กลไกควบคุมที่ Apple อธิบายไว้ใน รายละเอียดการขยาย Private Cloud Compute จาก Apple จุดนี้หมายความว่าโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้จำกัดอยู่บนฮาร์ดแวร์ของ Apple ทุกกรณี ขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าคำขอ Siri ทุกครั้งต้องออกไปยัง Google Cloud

เส้นทางที่ใช้จริงจึงขึ้นกับคุณสมบัติ งาน รุ่นอุปกรณ์ และการจัดการของ Apple ผู้ใช้ควรพิจารณาแยกกันว่าโมเดลสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีใด ประมวลผลที่ใด แสดงผ่านส่วนติดต่อใด และเรียกแอปใด เพราะคำตอบทั้งสี่ข้ออาจไม่เหมือนกันสำหรับแต่ละคำขอ

แอป Gemini เกี่ยวข้องกับการตั้งค่า iPhone หรือไม่

แอป Gemini สำหรับผู้บริโภคเป็นผลิตภัณฑ์แยกจาก Siri AI ผู้ใช้สามารถติดตั้ง Gemini บน iPhone เพื่อสนทนา วิเคราะห์ภาพ หรือใช้คุณสมบัติที่แอปกับ iOS อนุญาต โดย ข้อมูลความพร้อมของแอป Gemini บนมือถือจาก Google ระบุเงื่อนไขของทั้ง Android และ iPhone

การมีแอป Gemini บน iPhone ไม่ได้ทำให้แอปนั้นกลายเป็นส่วนติดต่อของ Siri หรือได้รับสิทธิ์ระดับระบบเหมือนผู้ช่วยของ Apple ในทางกลับกัน ผู้ใช้ Siri AI ก็ไม่ต้องติดตั้ง Gemini เพื่อให้ Apple Foundation Models ทำงาน เพราะความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเกิดในชั้นที่ Apple นำไปสร้างและจัดวางโมเดลของตนเอง

ควรแยกคำว่า Gemini ออกเป็นสองความหมายเมื่ออ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์ ความหมายแรกคือเทคโนโลยีโมเดลซึ่งมีบทบาทต่อ Apple Foundation Models ความหมายที่สองคือแอปและผู้ช่วย Gemini ที่ผู้ใช้เปิดใช้งานโดยตรง ทั้งสองเกี่ยวข้องกับ Google แต่มีส่วนติดต่อ สิทธิ์ บัญชี และเส้นทางการทำงานต่างกัน

หากกำลังเลือกผู้ช่วยสำหรับโทรศัพท์ปัจจุบัน บทความ Gemini เทียบกับ Siri ปี 2026: เลือกตามมือถือ งาน และความพร้อมจริง ช่วยเปรียบเทียบแอป Gemini, Gemini Intelligence, Siri ปัจจุบัน และ Siri AI ตามงานที่เข้าถึงได้จริง แทนการตัดสินจากความร่วมมือด้านโมเดลเพียงอย่างเดียว

จากความเข้าใจบริบทสู่การกระทำในแอป

โมเดลช่วยให้ Siri เข้าใจคำขอและบริบท แต่การลงมือในแอปต้องมีช่องทางที่ระบบเรียกใช้ได้ Apple ใช้ App Intents เพื่อให้นักพัฒนาประกาศการกระทำ เนื้อหา และเป้าหมายของแอปในรูปแบบที่ระบบค้นพบได้ ส่วนคำอธิบายประกอบบนมุมมองช่วยเชื่อมองค์ประกอบที่แสดงบนหน้าจอกับการโต้ตอบที่รองรับ

Platforms State of the Union Recap จาก WWDC 2026 สรุปกรอบการพัฒนาและการเชื่อมความสามารถของแพลตฟอร์ม หลักสำคัญคือความสามารถในการให้เหตุผลไม่ได้สร้างการกระทำในแอปขึ้นมาเอง แอปต้องเปิดการกระทำนั้น รับพารามิเตอร์ที่เหมาะสม และส่งผลลัพธ์กลับให้ระบบ

ลองพิจารณาสถานการณ์สมมติที่ผู้ใช้เปิดกำหนดการเดินทางไปเกียวโตแล้วขอให้ Siri ช่วยเพิ่มข้อมูลหนึ่งรายการลงปฏิทิน โมเดลต้องอ่านวัน เวลา และสถานที่จากบริบท จากนั้นระบบต้องพบ App Intent ที่สร้างกิจกรรมได้ เลือกปฏิทินเป้าหมาย ตรวจสิทธิ์ และบันทึกรายการ เมื่อเสร็จแล้วผู้ใช้ควรเปิดกิจกรรมจริงเพื่อตรวจรายละเอียด

หากแอปต้นทางเปิดให้ Siri อ่านข้อมูลแต่ไม่มีการกระทำสำหรับสร้างกิจกรรม Siri อาจอธิบายหรือเตรียมข้อมูลให้ได้ แต่ขั้นบันทึกยังต้องใช้เส้นทางอื่น เช่นเดียวกัน หากมีการกระทำพร้อมแต่วันเดินทางคลุมเครือ ระบบควรถามให้ชัดก่อนเรียกใช้ ความเข้าใจ การเลือกเป้าหมาย สิทธิ์ การดำเนินงาน และผลที่บันทึกจึงเป็นคนละขั้น

ประกาศ Siri AI และการทำงานกับแอปจาก Apple อธิบายบริบทส่วนตัว การรับรู้หน้าจอ และการกระทำในแอปเป็นองค์ประกอบร่วมกัน ส่วน ภาพรวมความสามารถ Apple Intelligence ช่วยแยกงานด้านภาษา ภาพ และประสบการณ์ในแอปซึ่งอาจมีเงื่อนไขการเปิดใช้ต่างกัน

ตรวจบริบทและเส้นทางประมวลผลก่อนใช้งาน

การประเมินความเป็นส่วนตัวควรเริ่มจากข้อมูลที่คำขอจำเป็นต้องใช้ หากผู้ใช้ถามเกี่ยวกับการเดินทาง ระบบอาจต้องใช้ข้อความบนหน้าจอ วัน เวลา สถานที่ และปฏิทิน แต่ไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลอื่นทั้งหมดที่อยู่ใกล้เคียง การเลือกบริบทให้แคบช่วยลดข้อมูลส่วนเกินและทำให้ตรวจข้อผิดพลาดได้ง่ายขึ้น

หลังจากนั้นให้ดูเส้นทางประมวลผล Apple อธิบายว่า Apple Foundation Models ครอบคลุมทั้งการทำงานบนอุปกรณ์และ PCC ส่วน Cloud Pro รองรับงานที่ต้องใช้กำลังมากขึ้นภายใต้การออกแบบของ PCC ข้อมูลนี้เป็นคำอธิบายสถาปัตยกรรมจาก Apple ผู้ใช้ยังควรตรวจเอกสารและตัวเลือกของคุณสมบัติที่กำลังใช้จริง

สิทธิ์ของระบบเป็นอีกชั้นหนึ่ง การอ่านปฏิทิน การเข้าถึงรูปภาพ และการส่งข้อความต้องใช้ทรัพยากรต่างกัน แม้โมเดลจะเข้าใจคำขอแล้ว ระบบยังต้องมีสิทธิ์และการกระทำที่เหมาะกับแอปเป้าหมาย ก่อนดำเนินงานที่มีผลต่อผู้อื่น ผู้ใช้ควรตรวจผู้รับ เนื้อหา เวลา สถานที่ และปลายทาง

หลักฐานหลังทำงานมีความสำคัญพอ ๆ กับเส้นทางประมวลผล หากคำขอสร้างกิจกรรม ให้เปิดรายการในปฏิทิน หากส่งข้อความ ให้ดูผู้รับและสถานะส่ง หากใช้เพียงคำตอบเชิงอธิบาย ให้แยกออกจากการกระทำบนโทรศัพท์อย่างชัดเจน วิธีนี้ช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าขั้นใดเกิดขึ้นแล้วโดยไม่ต้องอนุมานจากข้อความตอบกลับของผู้ช่วย

สำหรับภาพรวมระหว่างระบบ Apple กับงาน Android บทความ FoneClaw เทียบ Apple Intelligence: เลือกตามมือถือและงาน ช่วยเทียบแหล่งบริบท โมเดล สิทธิ์ เครื่องมือ และผลลัพธ์ตามแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่

แยกโมเดลออกจากเครื่องมือ Android ด้วย FoneClaw

บน Android เราออกแบบ FoneClaw ให้แยกการตีความของโมเดลออกจากการทำงานของเครื่องมืออย่างชัดเจน ผู้ใช้เริ่มคำขอด้วยเสียงหรือข้อความ และเลือกแนบหน้าจอหรือรูปภาพเมื่อต้องการใช้เป็นบริบท เนื้อหาที่ส่งเพื่อการตีความจะประมวลผลตามโมเดลและผู้ให้บริการที่กำหนดไว้ ส่วนเครื่องมือ Android ที่เปิดใช้อยู่รับช่วงดำเนินงานที่รองรับ

ตัวอย่างแบบอ่านอย่างเดียวคือคำขอ “แสดงตารางนัดหมายของวันพรุ่งนี้และเปิดรายการประชุมทีม” ก่อนเรียกปฏิทิน FoneClaw ต้องแปลงคำว่า “วันพรุ่งนี้” เป็นช่วงเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ชัดเจนตามเขตเวลาท้องถิ่นของอุปกรณ์ เครื่องมือจะแสดงกิจกรรมจากปฏิทินทั้งหมดที่เข้าถึงได้ หรือจากปฏิทินที่ผู้ใช้ระบุไว้โดยเฉพาะ

ขั้นอ่านต้องเปิดใช้เครื่องมือปฏิทินและมีสิทธิ์อ่านปฏิทิน การแสดงรายการ การค้นหา และการเปิดกิจกรรมกำหนดให้ขออนุมัติโดยค่าเริ่มต้น ขณะที่พฤติกรรมที่ผู้ใช้เห็นจริงเป็นไปตามนโยบายอนุมัติระดับรวมและการตั้งค่ารายเครื่องมือในขณะนั้น

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว FoneClaw ใช้รหัสกิจกรรมจริงที่ส่งกลับจากรายการหรือการค้นหาเพื่อเปิดระเบียนเป้าหมาย ไม่เดารหัสจากชื่อกิจกรรม หากมีรายการชื่อคล้ายกัน ผู้ใช้สามารถเลือกจากวัน เวลา และปฏิทินที่แสดง ก่อนเปิดกิจกรรมที่ต้องการ

การตรวจผลควรทำทั้งใน FoneClaw และแอปปฏิทิน Android โดยเทียบชื่อ วัน เวลา สถานที่ และปฏิทิน หากตารางเพิ่งเปลี่ยนหรือการซิงค์ทำให้ข้อมูลล่าช้า ให้เรียกดูช่วงเวลาเดิมอีกครั้งเพื่อรับรายการล่าสุด การอ่านและเปิดกิจกรรมไม่เปลี่ยนรายละเอียดเดิม ส่วนการแก้ไข ลบ หรือส่งข้อมูลต้องเลือกเป็นการกระทำอีกขั้นผ่านเครื่องมือที่รองรับ

FoneClaw มีเครื่องมือในตัว 100+ รายการ และดำเนินงานผ่านเครื่องมือที่เปิดใช้อยู่ซึ่งตรงกับคำขอ ขอบเขตปัจจุบันดูได้จาก หน้าความสามารถและเครื่องมือของ FoneClaw ส่วนช่องทางติดตั้งอยู่ที่ หน้าดาวน์โหลด FoneClaw สำหรับ Android

เลือกเส้นทางผู้ช่วยให้ตรงกับงานและอุปกรณ์

เจ้าของ iPhone ที่ต้องการใช้ Siri ปัจจุบันสามารถเริ่มจากงานพื้นฐานที่ระบบรองรับได้ทันที ส่วน Siri AI รุ่นใหม่ควรตรวจอีกครั้งหลังวันที่ 14 กันยายน 2026 ว่าความสามารถปรากฏบนอุปกรณ์ ภาษา ภูมิภาค และบัญชีหรือไม่ ผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี โปรตุเกส และสเปนควรติดตามการเปิดตามแผนเดือนตุลาคมแยกจากภาษาอังกฤษ

ผู้ที่ต้องการแอป Gemini บน iPhone สามารถติดตั้งตามเงื่อนไขของ Google โดยมองเป็นบริการ AI ภายในขอบเขตของแอป ไม่ต้องติดตั้งเพื่อให้ Siri AI ทำงาน และไม่ควรใช้การมีแอป Gemini เป็นหลักฐานว่า Siri จะได้รับสิทธิ์หรือการกระทำแบบเดียวกับ Gemini บน Android

สำหรับ Android ให้เลือกตามผลลัพธ์ หากต้องการสนทนา วิเคราะห์ภาพ หรือใช้บริการ Gemini ให้ตรวจแอป บัญชี และความพร้อมของคุณสมบัติ หากต้องการให้เครื่องมือ Android ที่รองรับอ่านหรือเปลี่ยนข้อมูล ให้ตรวจเครื่องมือ สิทธิ์ นโยบายอนุมัติ และรายการจริงหลังดำเนินงาน

ก่อนพึ่งพางานสำคัญ ให้เริ่มด้วยคำขอที่อ่านข้อมูลและตรวจย้อนกลับได้ เช่น เปิดตารางปฏิทินหรือดูสถานะอุปกรณ์ จากนั้นจึงเพิ่มการกระทำที่เปลี่ยนข้อมูลเป็นขั้นแยก วิธีนี้ทำให้เห็นชัดว่าโมเดลเข้าใจอะไร เครื่องมือใดทำงาน และผลถูกบันทึกไว้ที่ใด

ผู้อ่านที่ต้องการเกณฑ์ประเมินอย่างเป็นระบบสามารถใช้ เบนช์มาร์ก Phone Agent บน Android: วิธีประเมินงานจริง ความปลอดภัย และการกู้คืนในปี 2026 เพื่อกำหนดเป้าหมาย หลักฐานความสำเร็จ และทางกลับเมื่อข้อมูลหรือสิทธิ์เปลี่ยน

แหล่งข้อมูล: ความสัมพันธ์ด้านโมเดลอ้างอิงแถลงการณ์ร่วมของ Apple และ Google ส่วนข้อมูล Apple Foundation Models, Private Cloud Compute, Siri AI, App Intents และกำหนดการ iOS 27 อ้างอิงเอกสารกับประกาศอย่างเป็นทางการที่เชื่อมไว้ในแต่ละหัวข้อ ผู้ใช้ควรตรวจสถานะบนอุปกรณ์อีกครั้งเมื่อถึงวันเปิดให้ใช้

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ในระดับรากฐานโมเดล Apple และ Google ยืนยันว่า Apple Foundation Models แบบกำหนดเฉพาะสร้างโดยใช้เทคโนโลยี Google และ Gemini เพื่อรองรับ Apple Intelligence และ Siri AI แต่ Siri ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์และส่วนติดต่อของ Apple
ไม่ต้องติดตั้ง ความร่วมมือเกิดในชั้นเทคโนโลยีที่ Apple ใช้สร้างและจัดวางโมเดลของตน แอป Gemini สำหรับผู้บริโภคเป็นบริการแยกที่ผู้ใช้เลือกติดตั้งบน iPhone ได้ตามเงื่อนไขของ Google
ไม่ใช่ทุกครั้ง Apple Foundation Models ครอบคลุมทั้งการประมวลผลบนอุปกรณ์และ Private Cloud Compute ส่วน Cloud Pro สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐาน Google Cloud และ NVIDIA ภายใต้การออกแบบของ PCC เส้นทางจริงขึ้นกับงาน คุณสมบัติ และอุปกรณ์
ณ วันที่ 10 กันยายน 2026 เบต้า Siri AI ภาษาอังกฤษและอัปเดต iOS 27 ฟรีมีกำหนดเริ่มวันที่ 14 กันยายน ส่วนภาษาฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี โปรตุเกส และสเปนอยู่ในแผนเดือนตุลาคม โดยต้องตรวจฮาร์ดแวร์ ภูมิภาค บัญชี แอป และแต่ละความสามารถแยกกัน