ความเป็นส่วนตัวและการควบคุม Android
📅 2026-09-09 ⏱️ 12 นาที Dean Dean

วิธีปิด Gemini บน Android: ปุ่ม แอป และกิจกรรม

ปิดหรือลด Gemini บน Android ให้ตรงอาการ ตั้งแต่ปุ่มเปิดปิด เสียง หน้าจอล็อก ผู้ช่วยเริ่มต้น แอปที่เชื่อมต่อ Spark งานตามกำหนด สิทธิ์ และกิจกรรมที่บันทึกไว้

ภาพประกอบแนวคิดโทรศัพท์ Android สีน้ำเงินเข้ม มีไอคอนบุคคล ไอคอนตำแหน่ง กล้อง ไมโครโฟน ข้อความ โฟลเดอร์ และแอป พร้อมเส้นสวิตช์สีฟ้าและส้ม โล่ มือหยุดสีส้ม และใบหน้าดิจิทัลสีน้ำเงิน
📋 ประเด็นสำคัญ
  • วิธีปิด Gemini บน Android ควรเริ่มจากอาการที่รบกวนจริง เช่น กดปุ่มเปิดปิดแล้วเรียกผู้ช่วย เสียงปลุกทำงาน หน้าจอล็อกตอบกลับ หรือมีงานตามกำหนดที่ยังเดินอยู่
  • การเอา Gemini ออกจากปุ่มเปิดปิด การเปลี่ยนผู้ช่วยเริ่มต้น การยกเลิกแอปที่เชื่อมต่อกับ Gemini และการจัดการกิจกรรมที่บันทึกไว้เป็นคนละเมนูและต้องตรวจแยกกัน
  • งานตามกำหนดในแชตกับงาน Spark เป็นคนละชั้น การปิดแจ้งเตือนไม่ได้หยุดงานที่ตั้งเวลาไว้ จึงควรหยุดจากเมนูงานหรือปิด Gemini Spark ตามเส้นทางที่บัญชีมีให้ใช้
  • สำหรับผู้ใช้ FoneClaw เราให้ตรวจสิทธิ์ของ FoneClaw เอง การตั้งค่าเครื่องมือ และงานที่กำลังทำอย่างมีขอบเขต โดยไม่แทนที่การปิด Gemini จากเมนูของ Google หรือ Android

เลือกตัวควบคุมให้ตรงอาการ

วิธีปิด Gemini บน Android ที่ได้ผลคือเริ่มจากสิ่งที่คุณไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ไม่ใช่ไล่ปิดทุกอย่างพร้อมกัน บางคนแค่ไม่อยากให้กดปุ่มเปิดปิดค้างแล้ว Gemini โผล่ขึ้นมา บางคนต้องการเอา Gemini ออกจากผู้ช่วยเริ่มต้น บางคนต้องการยกเลิกแอปที่เชื่อมต่อกับ Gemini หรือหยุดงาน AI ที่ตั้งเวลาไว้ การเลือกเมนูให้ตรงอาการช่วยให้ยังเก็บฟีเจอร์ที่ต้องใช้ไว้ได้

อาการที่เห็นควรไปจัดการที่ไหนตรวจผลอย่างไร
กดปุ่มเปิดปิดค้างแล้วเปิด Geminiเมนูท่าทางหรือปุ่มด้านข้างของ Androidกดปุ่มค้างอีกครั้งแล้วดูว่าเป็นเมนูปิดเครื่องหรือยัง
พูดคำปลุกหรือเรียกจากหน้าจอล็อกแล้ว Gemini ตอบการตั้งค่าเสียงและหน้าจอล็อกใน Geminiลองเรียกในสถานการณ์เดิมหลังปิดตัวเลือก
ผู้ช่วยเริ่มต้นยังเป็น Gemini หรือ Googleเมนูแอปเริ่มต้นและผู้ช่วยดิจิทัลเรียกผู้ช่วยจากปุ่มหรือท่าทางแล้วดูว่าเปิดตัวใด
Gemini ดึงรูปภาพ เมล หรือข้อมูลงานมาใช้เมนูแอปที่เชื่อมต่อและข้อมูลส่วนบุคคลตรวจบัญชีที่ใช้และรายการแอปที่ยังเชื่อมต่ออยู่
งาน AI ยังทำต่อแม้ปิดแจ้งเตือนเมนูงานตามกำหนดหรือ Gemini Sparkดูรายการงานที่ตั้งไว้ ไม่ใช่ดูเฉพาะการแจ้งเตือน
ต้องการลบหรือหยุดเก็บประวัติGemini Apps Activityตรวจบัญชีที่ถูกต้องและดูว่ากิจกรรมใหม่ถูกเก็บตามที่ตั้งไว้หรือไม่

คุณไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปอื่นเพื่อปิด Gemini จากเมนูหลักของ Android และ Google หากต้องการแค่หยุดการเรียกโดยไม่ตั้งใจ ให้เริ่มจากปุ่ม เสียง และหน้าจอล็อกก่อน หากต้องการลดการเข้าถึงข้อมูล ให้ไปที่แอปที่เชื่อมต่อ สิทธิ์ และกิจกรรมที่บันทึกไว้

หยุดการเรียกจากปุ่ม เสียง และหน้าจอล็อก

อาการที่เจอบ่อยที่สุดคือ Gemini ถูกเรียกขึ้นมาในจังหวะที่ผู้ใช้ไม่ได้ตั้งใจ เช่น กดปุ่มเปิดปิดค้างเพื่อจะปิดเครื่อง แต่กลายเป็นเปิดผู้ช่วยแทน บนโทรศัพท์ Pixel และ Android หลายรุ่น คำแนะนำของ Google เรื่องการจัดการ Gemini บน Android ระบุเส้นทางผ่านการตั้งค่าระบบและท่าทาง ให้เข้าเมนูระบบ เลือกท่าทาง แล้วดูตัวเลือกการกดปุ่มเปิดปิดค้าง หากมีตัวเลือกเมนูปิดเครื่อง ให้เลือกทางนั้นเพื่อคืนพฤติกรรมปุ่มให้เป็นการปิดหรือรีสตาร์ตเครื่อง

บน Samsung เส้นทางชื่อเมนูมักต่างออกไป คำแนะนำของ Samsung เรื่องปุ่มด้านข้าง ระบุให้เข้าเมนูคุณสมบัติขั้นสูง เลือกปุ่มด้านข้าง แล้วตั้งค่าการกดค้างเป็นเมนูปิดเครื่อง ชื่อคำว่า “กดค้าง” หรือ “Long press” อาจต่างกันตามรุ่นและภาษาเครื่อง แต่หลักการคือเลือกให้ปุ่มเรียกเมนูปิดเครื่องแทนผู้ช่วย

ถัดมาคือการเรียกด้วยเสียง ใน Gemini ให้เปิดเมนู แตะโปรไฟล์ เข้าการตั้งค่า แล้วไปที่เมนูคุยกับ Gemini แบบไม่ใช้มือ จากนั้นปิด Hey Google หากคุณไม่ต้องการให้คำปลุกเรียกผู้ช่วยขึ้นมา การปิดจุดนี้ลดการเรียกด้วยเสียง แต่ยังเปิดแอป Gemini เองได้เมื่อต้องการใช้งาน

สำหรับหน้าจอล็อก ให้เข้า Gemini แล้วไปที่การตั้งค่า Gemini บนหน้าจอล็อก จากนั้นปิดตัวเลือกใช้ Gemini โดยไม่ปลดล็อก เมื่อปิดแล้วให้ล็อกเครื่องและลองเรียกในแบบเดิมเพื่อดูว่าผลเปลี่ยนจริงหรือไม่ การทดสอบควรตรวจเฉพาะพฤติกรรมการเรียก ไม่ต้องผูกกับงานที่แตะข้อมูลส่วนตัวหรือส่งผลภายนอก

ถ้าคุณอยากเก็บ Gemini ไว้แต่คืนเมนูปิดเครื่อง วิธีนี้คือทางที่ตรงที่สุด: ปรับปุ่มและท่าทาง ไม่ต้องลบแอป เมื่ออยากกลับไปใช้การกดค้างเพื่อเรียกผู้ช่วย ให้กลับไปเมนูเดิมและเลือกตัวเลือกผู้ช่วยอีกครั้ง

เอา Gemini ออกจากผู้ช่วยเริ่มต้นโดยไม่สับสนกับการลบแอป

การเอา Gemini ออกจากผู้ช่วยเริ่มต้นเป็นอีกชั้นหนึ่งจากการปิดปุ่มหรือคำปลุก เส้นทางที่ตรวจได้คือเปิดการตั้งค่า Android ไปที่แอป เลือกแอปเริ่มต้น เข้าเมนูผู้ช่วยดิจิทัล แล้วเลือกแอปผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มต้นเป็นแอปอื่นที่แสดงอยู่ หรือเลือกไม่มีเมื่อเครื่องมีตัวเลือกนี้ ชื่อเมนูอาจต่างกันตามผู้ผลิต จึงใช้ช่องค้นหาในการตั้งค่าด้วยคำว่า “ผู้ช่วย” หรือ “แอปเริ่มต้น” ได้

บางเครื่องแสดงชื่อ Google ในบทบาทผู้ช่วย แม้ผู้ใช้คิดถึง Gemini เพราะ Gemini และ Google Assistant อาจอาศัยเส้นทางแอปหรือบริการของ Google ในการถือบทบาทระบบ ให้ตรวจหน้ารายละเอียดของผู้ช่วยและลองเรียกจากปุ่มหรือท่าทางหลังเปลี่ยนค่า อย่าดูจากไอคอนแอปอย่างเดียว

การลบแอป Gemini ไม่ได้ทำให้บทบาทผู้ช่วยเริ่มต้นหายไปเสมอไป ถ้าเป้าหมายคือหยุดการเรียกจากระบบ ให้เปลี่ยนบทบาทผู้ช่วยก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเก็บแอปไว้หรือถอนแอปตามความต้องการ หากบัญชีของคุณไม่มีเมนู Spark หรือเมนูบางส่วนที่เห็นในคู่มือนี้ อาจเป็นเพราะฟีเจอร์ยังไม่เปิดให้บัญชี ภูมิภาค หรือประเภทบัญชีนั้นใช้ ให้จัดการเฉพาะเมนูที่เครื่องและบัญชีแสดงจริง

ยกเลิกข้อมูลรูปภาพ เมล และแอปที่เชื่อมต่อ

เมื่อหยุดการเรียกโดยไม่ตั้งใจแล้ว ขั้นต่อไปคือดูว่า Gemini เข้าถึงข้อมูลจากแอปหรือบริการใดอยู่ และต้องตรวจให้ตรงบัญชี Google ที่ใช้งานจริง ใน Gemini ให้เปิดเมนู แตะโปรไฟล์ ไปที่ข้อมูลส่วนบุคคล แล้วเข้าแอปที่เชื่อมต่อ หากมี Photos, Workspace, Gmail, Drive หรือบริการอื่นให้จัดการ ให้ปิดเฉพาะแอปที่ไม่ต้องการให้ Gemini ใช้เป็นบริบท

คำแนะนำของ Google เรื่องแอปที่เชื่อมต่อกับ Gemini อธิบายว่าการตัดการเชื่อมต่อช่วยหยุดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจากแอปที่เลือก แต่ Gemini ยังอาจตอบจากข้อมูลทั่วไปหรือข้อมูลค้นหาสาธารณะของ Google ได้ ดังนั้นการยกเลิกแอปที่เชื่อมต่อกับ Gemini เป็นการลดเส้นทางข้อมูลส่วนตัว ไม่ใช่การปิดความสามารถถามตอบทั้งหมด และการเชื่อมต่อ Gmail ผ่านบัญชี Google เป็นคนละเรื่องกับสิทธิ์อีเมลในเครื่อง Android

บริบทใหม่ที่หลายคนควรรู้คือ Spark และรูปภาพ คำแนะนำของ Google เรื่องงานรูปภาพใน Spark อธิบายงานหลายขั้นตอนกับ Photos ที่เปิดให้ใช้แบบทยอยสำหรับผู้ใหญ่ที่เข้าเงื่อนไขในสหรัฐอเมริกา เป็นภาษาอังกฤษ และมีบางพื้นที่ของสหรัฐฯ ที่ไม่รวมอยู่ หากบัญชีของคุณไม่มีเมนูนี้ ให้ถือว่าเครื่องและบัญชีของคุณยังไม่มีเส้นทางนั้น แทนที่จะไปค้นหาเมนูที่ไม่ปรากฏ

การปิดการแจ้งเตือนไม่ใช่การยกเลิกงาน AI หรือการตัดข้อมูลที่เชื่อมต่อ การแจ้งเตือนทั่วไปควบคุมว่าแอปส่งเตือนให้คุณเห็นได้หรือไม่ ส่วนการเข้าถึงข้อมูลจากแอปที่เชื่อมต่อและงานตามกำหนดต้องจัดการในเมนูของ Gemini หรือ Spark แยกกัน หากเคยให้ Gemini ใช้เมล รูปภาพ หรือเอกสาร ให้ตรวจการเชื่อมต่อที่ต้นทาง ไม่ใช่ปิดเฉพาะเสียงแจ้งเตือน

ข้อมูลที่เคยถูกใส่เข้าไปในบทสนทนาหรืองานก่อนหน้าอาจยังอยู่ในบริบทเดิม จึงไม่ควรถามให้ Gemini ดึงข้อมูลส่วนตัวเดิมอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่าถอนสิทธิ์แล้ว หลังยกเลิกแอปที่เชื่อมต่อ ให้กลับไปตรวจรายการแอปที่เชื่อมต่อในบัญชีที่ถูกต้อง และจัดการกิจกรรม บทสนทนา หรือไฟล์ของบริการนั้นแยกต่างหากเมื่อจำเป็น

หยุดงานตามกำหนดหรือปิด Spark ให้ถูกจุด

ถ้าคุณเห็นงาน AI ทำงานเป็นรอบ ๆ หรือมีการแจ้งเตือนว่ามีงานเดินอยู่ อย่าเริ่มจากการปิดแจ้งเตือนอย่างเดียว งานตามกำหนดในแชต Gemini และงาน Spark เป็นคนละส่วน จึงต้องหยุดจากเมนูที่ตรงกับงานจริง หากเป็นงานตามกำหนดในแชต ให้เข้า gemini.google.com ไปที่การตั้งค่าและความช่วยเหลือ แล้วเลือกงานตามกำหนด จากนั้นปิดงานที่ต้องการตาม คำแนะนำของ Google เรื่องงานตามกำหนดใน Gemini

สำหรับ Spark ให้แยกสองทาง ทางแรกคือรายการกำหนดการเต็มบนเว็บเท่านั้น: เข้า gemini.google.com เปิดเมนู Spark ไปที่กำหนดการ เลือกกำหนดการที่ต้องการ แตะเมนูเพิ่มเติม แล้วหยุดไว้ชั่วคราว หากต้องการลบ ให้ใช้คำสั่งลบแยกต่างหาก ทางที่สองคือบนมือถือในแผงงาน Spark: เปิดเมนู Spark ไปที่งาน เลือกเธรดที่ต้องการ แตะแถบความคืบหน้า ไปที่กำหนดการ เลือกรายการ แล้วใช้เมนูเพิ่มเติมเพื่อหยุดไว้ชั่วคราว เส้นทางเหล่านี้สอดคล้องกับ คำแนะนำของ Google เรื่องกำหนดการใน Spark และ คำแนะนำของ Google เรื่องการตั้งค่าและแผงงาน Spark

หากต้องการปิด Spark ทั้งชุด ให้เข้าเมนู การตั้งค่าและความช่วยเหลือ เลือกการตั้งค่า Gemini Spark แล้วเลือกปิด Gemini Spark การปิดระดับหลักนี้ตามเอกสารของ Google จะหยุดงานและกำหนดการ ลบข้อมูลเบราว์เซอร์ระยะไกลและข้อมูลการรันโค้ดระยะไกล แต่ยังคงเธรด งาน ไฟล์ และกำหนดการไว้ เมื่อเปิด Spark กลับ ระบบจะให้งานและกำหนดการที่หยุดอยู่ทำต่อโดยอัตโนมัติ จึงควรอ่านผลของปุ่มและคิดให้รอบคอบก่อนเปิดกลับภายหลัง

การลบเธรด Spark เป็นอีกการตัดสินใจหนึ่ง คำแนะนำของ Google เรื่องการลบงาน Spark ระบุว่าการลบเธรดจะลบกิจกรรมของงานและกำหนดการที่เกี่ยวข้อง แต่ไฟล์ Workspace ที่งานสร้างไว้อาจยังคงอยู่ในบริการของ Workspace และการลบเธรดไม่ใช่คำอธิบายเดียวกับข้อมูลเบราว์เซอร์หรือการรันโค้ดระยะไกลที่ถูกจัดการเมื่อปิด Spark ทั้งชุด ดังนั้นถ้าคุณต้องการหยุดงาน ให้หยุดกำหนดการหรือปิด Spark ให้ตรงจุด หากต้องการล้างผลงานที่สร้างไว้ ให้ตรวจไฟล์ปลายทางแยกต่างหาก

อย่าสรุปว่าเครื่องปิดอยู่หรือปิดแจ้งเตือนแล้วงานทุกอย่างหยุดแน่นอน ให้ยึดเมนูหยุดงาน ปิดกำหนดการ หรือปิด Spark ที่ระบบแสดงจริง หลังทำแล้วกลับไปดูรายการงานหรือกำหนดการอีกครั้ง หากรายการยังอยู่และระบุว่าจะทำต่อ ให้จัดการรายการนั้นโดยตรงก่อนถือว่างานหยุดแล้ว

ลดสิทธิ์เครื่องและจัดการกิจกรรมที่บันทึกไว้แยกกัน

สิทธิ์ของ Android เป็นอีกชั้นที่ควบคุมว่าแอปเข้าถึงไมโครโฟน กล้อง ตำแหน่ง รายชื่อ ไฟล์ หรือการแจ้งเตือนได้อย่างไร คำแนะนำของ Android เรื่องการเปลี่ยนสิทธิ์แอป ระบุเส้นทางหลักคือเปิดการตั้งค่า ไปที่แอป เลือกแอปที่ต้องการ เข้าเมนูสิทธิ์ แล้วเลือกสิทธิ์ทีละรายการเป็นไม่อนุญาตเมื่อไม่ต้องการให้ใช้ การปิดสิทธิ์อาจทำให้บางฟีเจอร์ทำงานไม่ได้ จึงควรปิดเฉพาะสิ่งที่ตรงกับความเสี่ยงหรืออาการที่คุณต้องการลด

การปิดสิทธิ์ต้องอ่านตามเส้นทางที่สิทธิ์นั้นควบคุม เช่น ปิดกล้องช่วยหยุดการถ่ายภาพใหม่จากแอป แต่ไม่ได้หมายความว่าแอปจะอัปโหลดรูปที่ผู้ใช้เลือกจากเครื่องมือเลือกรูปไม่ได้ทุกกรณี และการปฏิเสธสิทธิ์รูปภาพอาจยังไม่ปิดการให้สิทธิ์เฉพาะภาพที่ผู้ใช้เลือกผ่านตัวเลือกรูปของระบบ หากต้องการลดข้อมูลจากรูปภาพ ให้ตรวจทั้งสิทธิ์แอปและการเชื่อมต่อ Photos ในบัญชี Google ที่ถูกต้อง

อย่าสับสนระหว่างสิทธิ์แจ้งเตือนกับการอ่านการแจ้งเตือน สิทธิ์แจ้งเตือนทั่วไปคือการอนุญาตให้แอปส่งแจ้งเตือนให้คุณเห็น ไม่ใช่การอนุญาตให้แอปอ่านการแจ้งเตือนของแอปอื่น หากต้องการตรวจการเข้าถึงการแจ้งเตือน ให้ดูเมนูสิทธิ์พิเศษหรือการเข้าถึงการแจ้งเตือนแยกต่างหาก และตรวจเฉพาะแอปที่คุณตั้งใจให้เห็นข้อความจากแอปอื่นจริง ๆ

กิจกรรมที่บันทึกไว้ต้องจัดการในบัญชี Google คำแนะนำของ Google เรื่อง Gemini Apps Activity ระบุเมนูผ่านโปรไฟล์ใน Gemini ไปยังกิจกรรมของแอป Gemini จากนั้นเลือกปิด หรือปิดพร้อมลบกิจกรรม หากต้องการลบเฉพาะบางช่วง ให้ใช้ตัวเลือกลบประวัติหรือการลบอัตโนมัติที่บัญชีมีให้

การปิดกิจกรรมช่วยลดการเก็บประวัติในอนาคตตามขอบเขตบัญชี แต่ Google ระบุว่าเมื่อปิดแล้ว บทสนทนาอาจยังถูกเก็บไว้ได้สูงสุด 72 ชั่วโมงเพื่อการให้บริการและความคิดเห็น โดยไม่แสดงในหน้ากิจกรรมตามปกติ อีกทั้งความสามารถบางอย่าง เช่น ความช่วยเหลือบนเครื่อง โทรศัพท์ ข้อความ หรือ WhatsApp อาจยังทำงานได้แม้ปิดการเก็บกิจกรรม จึงควรตรวจแอปที่เชื่อมต่อและสิทธิ์เครื่องควบคู่กัน

บัญชีงานหรือโรงเรียนอาจมีนโยบายจากผู้ดูแลระบบ เมนูบางรายการอาจถูกล็อกหรือใช้คำอธิบายต่างจากบัญชีส่วนตัว หากคุณไม่เห็นตัวเลือกปิดกิจกรรม ลบประวัติ หรือยกเลิกแอปที่เชื่อมต่อ ให้ตรวจว่ากำลังใช้บัญชีใดและอ่านข้อความในหน้าบัญชีนั้นก่อนติดต่อผู้ดูแลระบบ

ตรวจการตั้งค่าที่เลือกและใช้ FoneClaw แบบมีขอบเขต

หลังเปลี่ยนค่าแล้ว ให้ตรวจตามอาการเดิมทีละข้อ: กดปุ่มเปิดปิดค้างว่ากลับเป็นเมนูปิดเครื่องหรือไม่ พูดคำปลุกว่ายังเรียก Gemini หรือไม่ ล็อกเครื่องแล้วลองเรียกผู้ช่วย ตรวจผู้ช่วยเริ่มต้นในเมนูแอปเริ่มต้น และกลับไปดูรายการงานตามกำหนดหรือ Spark ว่างานที่ตั้งใจหยุดถูกปิดจริงหรือยัง การตรวจแบบนี้แม่นกว่าการจำว่าปิดสวิตช์ใดไปแล้ว

ถ้าคุณใช้ FoneClaw อยู่แล้ว เราช่วยให้ตรวจสิทธิ์ของ FoneClaw เองแบบอ่านอย่างเดียว แยกการเปิดใช้เครื่องมือรายตัว และดูความคืบหน้าของงานที่มอบหมายได้ชัดขึ้น การตรวจนี้ครอบคลุมขอบเขตของ FoneClaw ไม่ใช่สวิตช์รวมของ AI ทุกแอปบน Android หากต้องการตรวจแอปที่ติดตั้งและสิทธิ์พิเศษที่มองเห็นได้ งานตรวจแบบละเอียดต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ใช้ก่อนเริ่ม และครอบคลุมแอปที่ติดตั้งซึ่งมองเห็นได้กับสิทธิ์พิเศษที่เกี่ยวข้องเท่านั้น จึงควรถูกอ่านเป็นตัวช่วยคัดแยก ไม่ใช่คำตัดสินความปลอดภัยแบบรับรอง

เมื่อต้องหยุดเอเจนต์ที่กำลังทำงานจริง ไม่ควรใช้การปิดแจ้งเตือนแทนการหยุดงาน รายละเอียดการกักงาน ถอนสิทธิ์ และกู้คืนอยู่ใน หยุดเอเจนต์ AI บน Android: วิธีกักงาน ถอนสิทธิ์ และกู้คืนอย่างปลอดภัย ส่วนมุมเรื่องตัวตน สิทธิ์ และการอนุมัติแยกตามเครื่องมืออ่านต่อได้ที่ ตัวตนของเอเจนต์ AI: สิทธิ์ การอนุมัติแยกตามเครื่องมือ และบันทึกตรวจสอบบน Android

ถ้าคุณยังเลือกระหว่าง Gemini, Google Assistant, Voice Access และ FoneClaw อยู่ บทความ เปรียบเทียบ Google Assistant, Gemini, Voice Access และ FoneClaw: เลือกผู้ช่วย Android ให้ตรงงาน ช่วยเทียบผู้ช่วยตามงานที่ต้องการ หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้ว ดูความสามารถปัจจุบันของเราได้ที่ ความสามารถของ FoneClaw บน Android และเริ่มใช้งานจาก หน้าดาวน์โหลด FoneClaw โดยยังคงเลือกเปิดเฉพาะงานและสิทธิ์ที่คุณต้องการ

คำถามที่พบบ่อย

บางเครื่องใช้บริการของ Google เป็นทางเข้าของผู้ช่วย แม้ประสบการณ์ที่เปิดขึ้นจะเกี่ยวกับ Gemini ให้ตรวจเมนูผู้ช่วยดิจิทัลและทดสอบการเรียกจากปุ่มหรือท่าทางจริง หากต้องการเปลี่ยน ให้เลือกไม่มีหรือผู้ช่วยอื่นที่เครื่องเสนอให้
ได้ ให้ปรับการกดปุ่มเปิดปิดค้างหรือปุ่มด้านข้างให้เป็นเมนูปิดเครื่องแทนผู้ช่วย วิธีนี้ลดการเรียก Gemini จากปุ่มโดยไม่ต้องถอนแอป และยังเปิด Gemini เองได้เมื่อคุณต้องการ
เมนู Spark ขึ้นกับบัญชี ภาษา ภูมิภาค อายุ และการเปิดให้ใช้ของ Google หากบัญชีไม่แสดงเมนูนั้น ให้จัดการเฉพาะงานตามกำหนด แอปที่เชื่อมต่อ สิทธิ์ และกิจกรรมที่เครื่องของคุณมีให้ใช้จริง
ไม่จำเป็น การปิดแจ้งเตือนมักแค่หยุดการเตือนบนหน้าจอ งานตามกำหนดหรือ Spark ต้องหยุดจากเมนูงาน กำหนดการ หรือการตั้งค่า Spark โดยตรง แล้วกลับไปตรวจรายการงานอีกครั้ง