Siri Modular บน watchOS 27: เพิ่มหน้าปัด ตั้งค่าปุ่ม Siri และคุยต่อ
รู้จักหน้าปัด Siri Modular วิธีเพิ่มและปรับช่องข้อมูล แยกจากแอป Siri และการคุยต่อจาก iPhone พร้อมตรวจรุ่นที่รองรับและแก้เมื่อไม่พบหน้าปัดหรือบทสนทนา
- Siri Modular เป็นหน้าปัดที่รวมเวลา Smart Stack และช่องเรียก Siri ไม่ใช่ตัวแอป Siri หรือระบบควบคุมแอป iPhone โดยตรง
- เพิ่มหน้าปัดได้จากการแตะหน้าปัดเดิมค้างแล้วไปที่ปุ่มเพิ่ม หรือใช้แกลเลอรีหน้าปัดในแอป Watch บน iPhone จากนั้นปรับเฉพาะช่องข้อมูลที่หน้าปัดรองรับ
- แอป Siri และการคุยต่อจาก iPhone เป็นอีกความสามารถหนึ่ง ต้องตรวจ Apple Watch, iPhone ที่จับคู่ การเปิด Apple Intelligence ภาษา ภูมิภาค และข้อจำกัดเบต้าแยกจากหน้าปัด
- หากไม่พบหน้าปัด แอป Siri หรือบทสนทนา ให้แยกตรวจคนละจุด ส่วนงาน Android ต้องเริ่มบน Android ด้วยเครื่องมือ สิทธิ์ และผลปลายทางที่ตรวจได้
Siri Modular คือหน้าปัด ไม่ใช่แอป Siri
Siri Modular บน watchOS 27 คือหน้าปัด Apple Watch ที่รวมเวลา ข้อมูลจาก Smart Stack และช่องเรียก Siri ไว้ใกล้มือ ไม่ใช่ตัวผู้ช่วย Siri AI เอง และไม่ใช่ระบบส่งต่องานไปควบคุมแอป iPhone โดยตรง หากต้องการเพิ่ม Siri Modular ให้เริ่มจากการเลือกหน้าปัด ส่วนการดูหรือคุยต่อจากบทสนทนาเดิมต้องตรวจแอป Siri และเงื่อนไขของความสามารถนั้นแยกกัน
ตาม คู่มือหน้าปัดและฟีเจอร์ของ Apple Watch Siri Modular แสดงวิดเจ็ตจาก Smart Stack ที่เหมาะกับช่วงเวลานั้น และผู้ใช้หมุน Digital Crown เพื่อดูวิดเจ็ตอื่นได้ ช่องเรียก Siri บนหน้าปัดเป็นทางเข้าในแตะเดียว ไม่ใช่หลักฐานว่าหน้าปัดได้ทำงานในแอปอื่นแล้ว
| ส่วนที่กำลังใช้ | หน้าที่ | ผลที่ควรเห็น |
|---|---|---|
| หน้าปัด Siri Modular และช่องเรียก Siri | ดูเวลา ข้อมูล Smart Stack และเรียก Siri | หน้าปัดที่เลือก ข้อมูลบนข้อมือ หรือทางเข้า Siri |
| แอป Siri | แสดงและใช้บทสนทนาบนอุปกรณ์ที่รองรับ | หน้าสนทนาในแอป ไม่ใช่เพียงวิดเจ็ตบนหน้าปัด |
| การคุยต่อจากบทสนทนาเดิม | รับช่วงบทสนทนา Siri จาก iPhone บน Apple Watch ตามเงื่อนไข | บริบทสนทนาที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่การควบคุมทุกแอปบน iPhone |
การมี watchOS 27 กับการใช้ Apple Intelligence หรือแอป Siri ใหม่ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกัน ให้ยึดชนิดของฟีเจอร์และเงื่อนไขใน คู่มือความสามารถใหม่ของ watchOS เป็นหลักในการเลือกใช้งาน
เพิ่มหน้าปัดและปรับช่องเรียก Siri
เริ่มจากตรวจว่า Siri Modular อยู่ในรายการหน้าปัดที่อุปกรณ์เสนอหรือไม่ จากนั้นใช้ขั้นตอนตาม คู่มือเพิ่มและเปลี่ยนหน้าปัด Apple Watch โดยไม่ต้องเริ่มจากการตั้งค่าแอป Siri
- บน Apple Watch แตะหน้าปัดปัจจุบันค้างไว้
- ปัดไปทางซ้ายจนถึงท้ายรายการ แล้วแตะปุ่มที่มีเครื่องหมาย +
- แตะคอลเลกชันที่มีให้ เช่น หน้าปัดใหม่หรือหน้าปัดที่เน้นข้อมูล หรือเลื่อนลงไปยังหน้าปัดทั้งหมด
- หากมี Siri Modular ให้แตะรับที่อยู่ข้างหน้าปัดนั้น แล้วแตะเพิ่ม
- ปรับตัวเลือกที่หน้าปัดเสนอ จากนั้นกด Digital Crown และแตะหน้าปัดเพื่อใช้งาน
- กลับมาดูหน้าจอนาฬิกา ตรวจว่าเป็น Siri Modular ที่ตั้งใจเลือก แล้วลองดู Smart Stack และทางเข้า Siri
อีกเส้นทางหนึ่งคือเปิดแอป Watch บน iPhone แล้วเข้าแกลเลอรีหน้าปัด เลือกหมวดหมู่หรือดูหน้าปัดทั้งหมด เลือกหน้าปัดที่ต้องการแล้วแตะรับ ปรับตัวเลือก จากนั้นแตะเพิ่มไปยังนาฬิกา เส้นทางนี้เป็นการตั้งค่าผ่านโทรศัพท์ที่จับคู่ ไม่ใช่การเรียกคำสั่งให้ Siri เพิ่มหน้าปัดโดยอัตโนมัติ
ช่องข้อมูลหรือทางลัดบนหน้าปัดที่เรียกว่า complication ปรับได้ตามตำแหน่งที่แต่ละหน้าปัดรองรับ คู่มือปรับช่องข้อมูลบนหน้าปัด ระบุขั้นตอนดังนี้
- แตะหน้าปัดค้าง แล้วเลือกแก้ไข
- ปัดไปทางซ้ายจนถึงหน้าสุดท้ายสำหรับช่องข้อมูล
- แตะตำแหน่งที่รองรับการแก้ไข แล้วหมุน Digital Crown เพื่อเลือกตัวเลือกที่มีให้
- กด Digital Crown เพื่อบันทึก แล้วแตะหน้าปัดเพื่อกลับมาใช้งาน
- ตรวจว่าช่องที่เลือกแสดงตามต้องการ หากใช้ช่อง Siri ให้แตะแล้วตรวจทางเข้าที่เปิดขึ้น
อย่าสมมติว่าทุกหน้าปัดมีช่องปฏิทินหรือแก้ได้ทุกตำแหน่ง หากไม่มีตัวเลือกนั้น ให้ใช้ช่องทางดูข้อมูลที่อุปกรณ์เสนอจริง หน้าปัดช่วยให้ดูข้อมูลและเรียกผู้ช่วยได้สะดวกขึ้น แต่การตั้งตัวจับเวลา ส่งข้อความ หรือเปลี่ยนข้อมูลเป็นงานของ Siri และแอปที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ผลจากการเพิ่มหน้าปัดเอง
ตรวจเงื่อนไขแอป Siri และ Apple Intelligence
Apple อธิบายว่า แอป Siri บน Apple Watch สามารถแสดงและรับช่วงบทสนทนา Siri ที่มีอยู่ได้บนอุปกรณ์ที่เข้าเงื่อนไขและใช้บัญชี Apple เดียวกัน ความต่อเนื่องนี้อยู่ในแอป Siri ไม่ได้เกิดจากหน้าปัด Siri Modular โดยตัวมันเอง และการมีทางลัด Siri ไม่ได้ยืนยันว่าบัญชีได้รับความสามารถทั้งหมดแล้ว
ตาม เงื่อนไข Apple Intelligence บน Apple Watch ความสามารถเบต้าบน watchOS 27 ต้องตรวจองค์ประกอบต่อไปนี้ร่วมกัน
- นาฬิกา: Apple Watch Series 9 หรือใหม่กว่า, Apple Watch Ultra 2 หรือใหม่กว่า หรือ Apple Watch SE 3
- โทรศัพท์ที่จับคู่: iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max หรือ iPhone 16 หรือใหม่กว่า ที่เปิดใช้งาน Apple Intelligence
- ภาษา: ช่วงเริ่มต้นรองรับภาษาอังกฤษ ไม่ควรถือว่าภาษาไทยใช้ความสามารถเดียวกันได้แล้ว
- ภูมิภาค: ไม่เปิดให้ใช้ในสหภาพยุโรปในช่วงแรก
- สถานะบริการ: เป็นเบต้า มีข้อจำกัดการใช้งาน และต้องตรวจความพร้อมของอุปกรณ์กับบัญชีจริง
เงื่อนไขนี้เป็นของความสามารถ Apple Intelligence ที่ระบุ ไม่ใช่เหตุผลให้สรุปว่าทุกเครื่องที่ใช้ watchOS 27 มีแอป Siri ใหม่หรือการคุยต่อครบทั้งหมด และการเปลี่ยนภาษาเพียงอย่างเดียวไม่รับรองว่าจะผ่านเงื่อนไขอื่น
หากต้องการอ่านเรื่อง Siri ฝั่ง iPhone โดยตรง บทความ Siri AI บน iOS 27 เปิดเบต้าเมื่อไรและใครใช้ได้ จะช่วยตรวจความพร้อมฝั่งโทรศัพท์ โดยไม่ปะปนกับการเพิ่มหน้าปัดบน Apple Watch
ลองดูปฏิทินและคุยต่อจาก iPhone
หลังตั้งหน้าปัดและตรวจสิทธิ์แล้ว คุณอาจลองสองงานเล็กต่อไปนี้เพื่อดูว่าสิ่งที่ต้องการอยู่ในส่วนใด ทั้งสองเป็นตัวอย่างให้ผู้อ่านลองเองตามความสามารถที่มี ไม่ใช่รายงานผลทดสอบของเรา
ตัวอย่างแรก: ดูข้อมูลนัดที่มีอยู่แล้ว เลือกกิจกรรมที่คุณรู้ชื่อและเวลาอยู่แล้วหนึ่งรายการบน iPhone จากนั้นดูข้อมูลปฏิทินผ่านมุมมองหรือทางเข้าที่ Apple Watch รองรับ หาก Smart Stack แสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจชื่อ วัน และเวลาเทียบกับกิจกรรมเดิม หากไม่แสดง ให้เปิดปฏิทินผ่านทางเข้าที่มี ไม่ต้องเพิ่มช่องข้อมูลที่หน้าปัดไม่ได้เสนอ
การตรวจนี้ช่วยแยกว่าเป็นข้อมูลนัดเดิมบนข้อมือหรือเป็นการขอสร้างนัดใหม่ หากข้อมูลไม่ตรง ให้กลับไปตรวจปฏิทินและบัญชีที่เกี่ยวข้องก่อน ไม่ใช้การเห็นวิดเจ็ตหนึ่งใบเป็นหลักฐานว่ากิจกรรมทุกบัญชีพร้อมใช้งานแล้ว
ตัวอย่างที่สอง: คุยต่อจากบทสนทนา Siri ที่มีอยู่ ตรวจว่า iPhone และ Apple Watch ที่รองรับใช้บัญชี Apple เดียวกัน แล้วเริ่มบทสนทนาบน iPhone ด้วยเรื่องที่ไม่อ่อนไหว เช่น ขอช่วยจัดรายการเตรียมกระเป๋าจากสิ่งของที่คุณบอก บน Apple Watch ให้เปิดแอป Siri เลื่อนดูประวัติการสนทนา แล้วเปิดบทสนทนาที่ต้องการ จากนั้นเรียก Siri เพื่อถามต่อจากรายละเอียดที่พูดไว้ก่อนหน้า แทนเริ่มหัวข้อใหม่เพื่อทดสอบความต่อเนื่อง
หากไม่เห็นบทสนทนา ให้แยกไปตรวจความพร้อมของแอป บัญชี Apple เดียวกัน และการเชื่อมต่อ ไม่ถือว่าหน้าปัดตั้งผิดเพียงเพราะคุยต่อไม่ได้ และหากคำขอมีผลภายนอก เช่น เปลี่ยนข้อมูลหรือส่งข้อความ ต้องตรวจผลในแอปปลายทางจริง คำตอบบนข้อมือไม่ได้พิสูจน์ว่าการกระทำนั้นเสร็จแล้ว
แก้เมื่อไม่พบหน้าปัด แอป หรือบทสนทนา
ก่อนแก้ให้ระบุสิ่งที่หายให้ชัด หน้าปัด Siri Modular ไม่อยู่ในรายการ แอป Siri หรือความสามารถ AI ไม่พร้อม และบทสนทนาเดิมไม่ปรากฏ เป็นอาการคนละส่วน การรีเซ็ตทุกอย่างพร้อมกันไม่ช่วยระบุว่าสาเหตุอยู่ตรงไหน
| อาการ | สิ่งที่ควรตรวจ | ขั้นต่อไปที่ตรงเรื่อง |
|---|---|---|
| ไม่พบ Siri Modular | คอลเลกชันหรือรายการหน้าปัดทั้งหมดหลังแตะปุ่ม + และแกลเลอรีบน iPhone รวมถึงระบบที่ติดตั้ง | ตรวจว่ามี Siri Modular พร้อมปุ่มรับหรือไม่ แล้วทำขั้นตอนเพิ่มหน้าปัด ไม่สรุปจากการไม่มีแอป Siri ว่าหน้าปัดต้องหายด้วย |
| ไม่มีช่องข้อมูลที่ต้องการ | ตำแหน่งที่แก้ได้และตัวเลือกของหน้าปัดนั้น | ใช้เฉพาะช่องที่รองรับ หรือเปิดข้อมูลผ่านแอปที่มี ไม่เดาตำแหน่งช่องปฏิทิน |
| ไม่พบแอป Siri ใหม่หรือใช้ AI ไม่ได้ | รุ่นนาฬิกา iPhone ที่จับคู่ การเปิด Apple Intelligence ภาษา ภูมิภาค บัญชี และความพร้อมของเบต้า | เทียบกับเงื่อนไขของความสามารถนั้น ไม่ถือว่ามี watchOS 27 แล้วต้องใช้ได้ทั้งหมด |
| แอปเปิดได้แต่บทสนทนาเดิมไม่มา | บัญชี Apple เดียวกัน บทสนทนาที่มีอยู่ใน Siri และการเชื่อมต่อ | ตรวจบทสนทนาเดิมบน iPhone แล้วเปิดแอป Siri บน Watch เลื่อนประวัติและเลือกบทสนทนาที่ต้องการ แยกจากการแก้หน้าปัด |
| นาฬิการีสตาร์ตโดยไม่คาดคิด | การอัปเดตแก้บั๊กที่อุปกรณ์ได้รับ | ตรวจอัปเดตตามคำแนะนำ Apple แต่ไม่ถือว่าอัปเดตนั้นแก้ปัญหา Siri ทุกชนิด |
เมื่อตรวจอัปเดตบน Apple Watch ให้ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์ ตามขั้นตอนที่ระบบเสนอ ข้อมูลการอัปเดต watchOS ของ Apple ระบุการแก้อาการรีสตาร์ตโดยไม่คาดคิดในอัปเดตแก้บั๊กล่าสุดที่แสดงไว้ ไม่ใช่คำยืนยันว่าแก้หน้าปัดหาย แอปไม่เข้าเงื่อนไข หรือบทสนทนาไม่ต่อเนื่องทั้งหมด
หากยังมีปัญหา ให้จดรุ่น Watch รุ่น iPhone ระบบที่ใช้ ภาษา ภูมิภาค และขั้นที่ไม่สำเร็จ โดยไม่ส่งเนื้อหาบทสนทนาส่วนตัวเกินจำเป็น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยอธิบายอาการได้ตรงกว่าคำว่า “Siri ใช้ไม่ได้” และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการล้างข้อมูลหรือเปลี่ยนภูมิภาคเพื่อหวังให้ฟีเจอร์ปรากฏ
เลือกเอเจนต์ Android เมื่องานอยู่บนโทรศัพท์นั้น
Siri Modular เหมาะกับการดูข้อมูลเร็วและเรียก Siri บน Apple Watch ส่วนแอป Siri เหมาะกับการสนทนาและความต่อเนื่องที่อุปกรณ์รองรับ หากโจทย์คือทำงานบน Android ต้องเลือกทางเข้าบน Android ไม่ใช่คาดว่าหน้าปัดหรือบทสนทนาบน Watch จะส่งคำสั่งมายังโทรศัพท์อีกระบบเอง
ใน FoneClaw โมเดลที่กำหนดไว้ช่วยตีความคำขอและวางแผน แล้วเครื่องมือ Android ที่เปิดใช้งานลงมือตามสิทธิ์และนโยบายอนุมัติ ตัวอย่างคำขอที่ผู้อ่านอาจลองคือบันทึก “ตรวจสายชาร์จสำรอง” เป็นรายการส่วนตัวโดยยังไม่กำหนดวัน จากนั้นตรวจชื่อและสถานะรายการที่บันทึกจริง การตั้งค่าโมเดลสำเร็จไม่ให้สิทธิ์ปฏิทินหรือรายการงานโดยอัตโนมัติ และคำตอบของโมเดลยังไม่ใช่ผลบันทึก
FoneClaw ไม่ใช่แอป iOS หรือ watchOS และไม่มีการเชื่อม Apple Watch ในขอบเขตที่กล่าวถึงนี้ ดูงานที่รองรับได้ที่ ฟีเจอร์ FoneClaw หากต้องการเข้าใจขั้นจากคำขอสู่การลงมือ อ่าน AI agent ควบคุมโทรศัพท์ Android: จากเจตนา สู่ข้อเสนอ การยืนยัน และผลลัพธ์ที่ตรวจได้ เพื่อแยกโมเดล เครื่องมือ สิทธิ์ และผลปลายทาง
สำหรับนาฬิกาฝั่ง Android บทความ Gemini บน Wear OS ทำอะไรได้: Pixel Watch 5 ใช้ออฟไลน์ได้แค่ไหน ช่วยตรวจงานบนข้อมืออีกระบบหนึ่ง ส่วน ควบคุม Android กับ iPhone ด้วยเสียงต่างกันอย่างไร: Gemini, Siri และเครื่องมือควบคุมหน้าจอ เหมาะเมื่อกำลังเลือกระหว่างการถามผู้ช่วยกับการควบคุมหน้าจอด้วยเสียง ไม่ต้องใช้หน้าปัด Siri Modular เป็นตัวแทนความสามารถทั้งหมดของทั้งสองแพลตฟอร์ม