Industry Analysis
📅 2026-07-24 ⏱️ 9 นาที Dean Dean

AI ในรถ Phone Agent และสมาร์ทโฮม: ใครควบคุมอะไร?

แยกบทบาท AI สนทนา ระบบนำทาง คำสั่งรถ งานบน Android และสมาร์ทโฮม พร้อมดูว่า Tesla, Rivian, Xiaomi และ FoneClaw อยู่ตรงไหน

แผนผังแบ่งหน้าที่ระหว่างผู้ช่วย AI ในรถ Phone Agent บน Android ระบบควบคุมรถ และอุปกรณ์สมาร์ทโฮม
📋 ประเด็นสำคัญ
📑 สารบัญ
  1. แผนที่ห้าขอบเขตที่ไม่ควรรวมเป็นคำว่า AI ในรถ
  2. Tesla, Rivian และ Xiaomi แบ่งหน้าที่ให้ AI ต่างกันอย่างไร
  3. Human x Car x Home เชื่อมรถ โทรศัพท์ และบ้านอย่างไร
  4. เมื่อคำขอข้ามจากรถไปโทรศัพท์และสมาร์ทโฮม
  5. FoneClaw รับช่วงงานส่วนใดบน Android
  6. เลือกผู้ลงมือทำให้ถูกระบบในแต่ละสถานการณ์

แผนที่ห้าขอบเขตที่ไม่ควรรวมเป็นคำว่า AI ในรถ

เมื่อผู้ขับพูดว่า “พาฉันกลับบ้าน แจ้งครอบครัว แล้วเปิดแอร์ไว้ก่อนถึง” ประโยคเดียวแตะระบบอย่างน้อยสามแห่ง ได้แก่ รถ โทรศัพท์ และบ้าน แม้ AI ตัวหนึ่งอาจเข้าใจเจตนาทั้งหมด แต่การลงมือทำแต่ละขั้นต้องผ่านระบบที่มีสิทธิ์และเห็นสถานะจริงของอุปกรณ์นั้น

วิธีแยกที่ชัดที่สุดคือแบ่งความสามารถออกเป็นห้าขอบเขต การสนทนารับผิดชอบคำถามและคำตอบ การนำทางคำนวณปลายทางกับเส้นทาง ระบบควบคุมรถจัดการฟังก์ชันภายในรถ Phone Agent ทำงานบนโทรศัพท์ และแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมสั่งอุปกรณ์ในบ้าน การมีบทสนทนาที่ลื่นไหลไม่ได้ทำให้ระบบหนึ่งได้รับสิทธิ์ครบทั้งห้าส่วน

ขอบเขตตัวอย่างงานระบบที่ต้องเห็นสถานะจริง
การสนทนาตอบคำถาม สรุปข้อมูล อธิบายเส้นทางโมเดลหรือผู้ช่วย AI ที่รับคำขอ
การนำทางค้นหาสถานที่ วางเส้นทาง เริ่มนำทางระบบแผนที่ของรถหรือโทรศัพท์
การควบคุมรถปรับอุณหภูมิ เล่นสื่อ หรือใช้ฟังก์ชันรถที่รองรับระบบของผู้ผลิตรถ
งานบนโทรศัพท์ค้นผู้ติดต่อ ร่างข้อความ สร้างนัดหมาย หรือเปิดแอปที่รองรับAndroid พร้อมสิทธิ์ บัญชี และสถานะแอป
สมาร์ทโฮมเปิดไฟ ปรับอุณหภูมิ หรือเริ่มฉากอัตโนมัติที่ตั้งไว้แพลตฟอร์มบ้าน บัญชี และอุปกรณ์ที่รองรับ

คำขอหนึ่งอาจเริ่มในรถ แต่ไม่จำเป็นต้องให้รถเป็นผู้ดำเนินการทุกขั้น ตัวอย่างเช่น ผู้ช่วยในรถอาจเข้าใจว่าผู้ใช้กำลังกลับบ้าน ระบบนำทางรับปลายทาง Phone Agent เตรียมข้อความแจ้งครอบครัว และแพลตฟอร์มบ้านดำเนินฉากเตรียมบ้านเมื่อเงื่อนไขครบ การแบ่งงานตามผู้ที่เห็นสถานะจริงช่วยลดคำสั่งผิดอุปกรณ์หรือผิดบัญชี

อีกจุดที่ต้องแยกคือระบบช่วยขับกับระบบสั่งงานด้วยเสียง บทความนี้กล่าวถึงการสนทนา การนำทาง และคำสั่งดิจิทัลที่ผลิตภัณฑ์ระบุไว้ ไม่ได้นำความสามารถช่วยขับมาใช้แทนความหมายของผู้ช่วย AI ในรถ สำหรับการออกคำสั่งด้วยเสียงระหว่างเดินทางโดยเน้นขั้นตอนใช้งาน อ่านต่อได้ที่ คำสั่งเสียงขณะขับรถบน Android: คู่มือใช้อย่างปลอดภัย

Tesla, Rivian และ Xiaomi แบ่งหน้าที่ให้ AI ต่างกันอย่างไร

สามแบรนด์แสดงให้เห็นว่า “ผู้ช่วย AI ในรถ” ไม่ได้มีขอบเขตมาตรฐานเดียวกัน Tesla แยกการสนทนาของ Grok ออกจากคำสั่งควบคุมรถเดิม Rivian ระบุชุดงานในรถที่ Assistant รองรับ ส่วน Xiaomi วางห้องโดยสารอัจฉริยะไว้ในระบบที่เชื่อมกับโทรศัพท์ อุปกรณ์สวมใส่ และสมาร์ทโฮม

ข้อมูลสนับสนุน Grok ในรถจาก Tesla อธิบายว่า Grok เป็นผู้ช่วยสนทนารุ่นทดสอบในรถและสามารถเริ่มการนำทางได้ อย่างไรก็ตาม การควบคุมสื่อและระบบปรับอากาศยังอยู่กับคำสั่งเสียงเดิมของ Tesla ข้อเท็จจริงนี้ชี้ให้เห็นว่าความสามารถสนทนาและสิทธิ์ควบคุมฟังก์ชันรถถูกจัดการแยกกัน แม้ผู้ใช้จะเรียกทั้งสองอย่างด้วยเสียงจากห้องโดยสารเดียวกัน

ฝั่ง Rivian ภาพรวมเทคโนโลยีของ Rivian และ ข้อกำหนดการใช้ AI ของ Rivian ระบุบทบาทของ Rivian Assistant ในการค้นหาข้อมูลภายในรถ เริ่มนำทาง ค้นรายชื่อติดต่อ โทรออก และจัดการคำขออื่นที่ระบบรองรับ แนวทางนี้นำงานบางส่วนที่เกี่ยวกับโทรศัพท์มาแสดงในประสบการณ์ของรถ แต่ขอบเขตยังขึ้นกับการเชื่อมต่อและฟังก์ชันที่ Rivian เปิดไว้

Xiaomi ใช้ภาพที่กว้างกว่า บทความทางการของ Xiaomi เกี่ยวกับ SU7 รุ่นใหม่ปี 2026 ระบุห้องโดยสารอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย HyperOS และ Xiaomi HyperAI พร้อมความเข้ากันได้กับ Human x Car x Home ส่วน รายละเอียดห้องโดยสารของ Xiaomi YU7 กล่าวถึง Hyper XiaoAI ที่ใช้โมเดลขนาดใหญ่ การสื่อสารหลายรูปแบบ การสั่งงานจากภายนอกรถ และการรับเสียงแยกห้าโซน

การเปรียบเทียบจึงไม่ควรเริ่มจากคำถามว่าแบรนด์ใด “ฉลาดที่สุด” แต่ควรถามว่าระบบใดรับผิดชอบการสนทนา ระบบใดเริ่มนำทาง ระบบใดมีสิทธิ์แตะฟังก์ชันรถ และงานใดต้องส่งต่อให้โทรศัพท์หรือบ้าน หากสนใจ Grok ในบทบาทบน Android โดยเฉพาะ บทความ Grok ควบคุมโทรศัพท์ Android ได้หรือไม่: รับสาย ผู้ช่วยหลัก และการตั้งค่าใน FoneClaw แยกความสามารถของโมเดลออกจากการลงมือทำบนโทรศัพท์ไว้โดยตรง

Human x Car x Home เชื่อมรถ โทรศัพท์ และบ้านอย่างไร

Human x Car x Home คือแนวทางของ Xiaomi ที่ทำให้อุปกรณ์รอบตัวผู้ใช้ประสานงานกันผ่านบัญชี แพลตฟอร์ม และความสามารถที่รองรับ รถจึงไม่ได้ถูกมองเป็นอุปกรณ์โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเดียวกับโทรศัพท์ อุปกรณ์สวมใส่ และผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม

หน้าทางการของ Xiaomi HyperConnect แสดงการควบคุมข้ามอุปกรณ์และกระบวนการ Human x Car x Home ที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์ อุปกรณ์สวมใส่ รถ SU7 หรือ YU7 และอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ ความสามารถแต่ละรายการขึ้นกับรุ่นอุปกรณ์ เวอร์ชันระบบ แอป บัญชี ภูมิภาค และการรองรับในช่วงเวลานั้น จึงควรตรวจทุกองค์ประกอบของฉากอัตโนมัติก่อนใช้งานจริง

ตัวอย่างของกระบวนการที่เป็นไปได้ในระบบลักษณะนี้คือ การใช้สถานะการออกจากบ้านเพื่อเตรียมรถ การส่งปลายทางจากโทรศัพท์ไปยังระบบนำทาง หรือการใช้เหตุการณ์ใกล้ถึงบ้านเป็นเงื่อนไขให้ระบบบ้านเตรียมอุปกรณ์บางอย่าง จุดสำคัญคือแต่ละขั้นไม่ได้เกิดจากโมเดลเพียงลำพัง แต่เกิดจากบริการที่รู้จักอุปกรณ์ บัญชี และเงื่อนไขที่ผู้ใช้ตั้งไว้

หน้าห้องโดยสารอัจฉริยะของ Xiaomi EV ระบุว่าสมาร์ทดิสเพลย์และลำโพงบางรุ่นที่รองรับสามารถควบคุมฟังก์ชันรถได้ และอุปกรณ์ Mijia ที่รองรับสามารถเชื่อมเข้ากับห้องโดยสารได้ ขณะเดียวกัน ความสามารถบางส่วนที่ใช้โมเดลขนาดใหญ่อาจมาถึงผ่าน OTA หรืออยู่ในช่วงทดสอบแบบรับเชิญ สถานะซอฟต์แวร์จึงสำคัญพอ ๆ กับชื่อรุ่นรถ

ด้านการเข้าใจคำสั่งสมาร์ทโฮม งานวิจัย MiCU จากนักวิจัย Xiaomi เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 รายงานการนำระบบทำความเข้าใจคำสั่งบ้านด้วย LLM ไปใช้ใน Xiaomi Home ครอบคลุมอุปกรณ์ 28 หมวดหมู่ ข้อมูลนี้สะท้อนว่าการแปลภาษาธรรมชาติให้เป็นคำสั่งอุปกรณ์ต้องมีทั้งความเข้าใจคำพูดและแผนผังความสามารถของอุปกรณ์ปลายทาง

สำหรับผู้ใช้ การตั้งค่า Human x Car x Home ควรเริ่มจากฉากที่ตรวจผลได้ง่าย เช่น ส่งปลายทางไปยังรถหรือเปิดฉากบ้านที่เตรียมไว้แล้ว จากนั้นค่อยเพิ่มเงื่อนไขเวลา ตำแหน่ง หรือสถานะอุปกรณ์ หากต้องการเจาะลึกตำแหน่งของ MiMo, HyperOS AI และ MiClaw ภายในระบบนี้ ดูได้ที่ Xiaomi AI Ecosystem 2026: MiMo, HyperOS AI, MiClaw และ FoneClaw ในฐานะคู่แข่ง

เมื่อคำขอข้ามจากรถไปโทรศัพท์และสมาร์ทโฮม

คำขอข้ามอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ต้องรักษาข้อมูลห้าประเภท ได้แก่ เจตนาของผู้ใช้ สถานะปัจจุบัน ตัวตนและบัญชี สิทธิ์ของแต่ละระบบ และหลักฐานว่าขั้นตอนก่อนหน้าสำเร็จแล้ว หากขาดข้อมูลใดข้อมูลหนึ่ง คำสั่งเดียวกันอาจไปผิดบ้าน ผิดรถ ผิดผู้ติดต่อ หรือผิดปฏิทินได้

ลองพิจารณาคำสั่ง “กลับบ้าน เปิดแอร์ และบอกคนที่บ้านว่าจะถึงอีก 30 นาที” ระบบนำทางต้องรู้ว่าคำว่า “บ้าน” หมายถึงสถานที่ใด รถต้องรู้ว่าการปรับอุณหภูมิหมายถึงห้องโดยสารหรือไม่ Phone Agent ต้องรู้ว่าจะส่งข้อความผ่านแอปใดและถึงใคร ส่วนแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมต้องตรวจว่าผู้ใช้หมายถึงเครื่องปรับอากาศภายในบ้านเครื่องใด

ขั้นตอนที่เหมาะสมอาจเริ่มจากระบบรถยืนยันปลายทางและคำนวณเวลาเดินทาง จากนั้นส่งข้อมูลเวลาถึงโดยประมาณให้ส่วนงานบนโทรศัพท์เพื่อสร้างร่างข้อความ ผู้ใช้ตรวจผู้รับกับเนื้อหาแล้วจึงส่ง ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มบ้านประเมินว่าฉากเตรียมบ้านได้รับอนุญาตและอุปกรณ์อยู่ในสถานะพร้อมหรือไม่ ก่อนสั่งอุปกรณ์ตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้

การยืนยันไม่จำเป็นต้องเกิดทุกจุดในรูปแบบเดียวกัน งานที่ย้อนกลับได้และอยู่ในฉากที่ผู้ใช้ตั้งไว้แล้วอาจทำงานตามกติกาเดิม ส่วนงานที่มีผลต่อบุคคลอื่น เช่น ส่งข้อความหรือโทรออก ควรแสดงชื่อผู้รับและเนื้อหาก่อน งานที่มีความกำกวม เช่น มีบ้านสองแห่งหรือผู้ติดต่อชื่อซ้ำ ควรหยุดถามแทนการเลือกให้เอง

หากขั้นตอนหนึ่งไม่สำเร็จ ระบบถัดไปไม่ควรสมมติว่างานก่อนหน้าเสร็จแล้ว ตัวอย่างเช่น หากระบบนำทางยังไม่ได้ยืนยันปลายทาง ก็ไม่ควรส่งเวลาถึงให้ครอบครัว หากอุปกรณ์บ้านออฟไลน์ ระบบควรบอกสถานะและเก็บงานส่วนอื่นที่ยังทำได้ เช่น การส่งข้อความหรือสร้างการเตือนให้ตรวจบ้านเมื่อถึงที่หมาย

แนวทางการส่งงานระหว่างอุปกรณ์โดยรักษาตัวตน สิทธิ์ และผลลัพธ์อธิบายเพิ่มเติมใน AI Agent ข้ามอุปกรณ์ต้องส่งงานมาที่โทรศัพท์อย่างไรให้ปลอดภัย ส่วนการตั้งค่าคำสั่งบ้านผ่าน Android อยู่ใน ควบคุมบ้านอัจฉริยะด้วยเสียงบน Android: ตั้งค่าและใช้ FoneClaw ให้เข้ากับบ้าน

FoneClaw รับช่วงงานส่วนใดบน Android

FoneClaw รับผิดชอบงานในส่วนโทรศัพท์ ไม่ใช่ระบบควบคุมรถหรือแพลตฟอร์มที่สั่งฮาร์ดแวร์สมาร์ทโฮมโดยตรง ผู้ใช้กำหนดโมเดลที่รองรับภายใน FoneClaw เพื่อช่วยทำความเข้าใจภาษา ใช้เหตุผล และวางแผน จากนั้น FoneClaw จึงดำเนินคำสั่ง Android ที่รองรับพร้อมแสดงสถานะและผลลัพธ์บนเครื่อง

ในสถานการณ์รถ โทรศัพท์ และบ้าน โมเดลอาจเข้าใจว่าผู้ใช้ต้องการส่งข้อความแจ้งเวลาถึง สร้างนัดหมายจากจุดหมาย หรือเปิดข้อมูลเส้นทางบน Android FoneClaw จะตรวจว่าคำสั่งนั้นอยู่ในขอบเขตที่รองรับหรือไม่ ใช้สิทธิ์ตามขั้นตอน เลือกแอปหรือข้อมูลที่ผู้ใช้ยืนยัน และแสดงผลให้ตรวจสอบก่อนดำเนินการสำคัญ

ตัวอย่างเช่น รถคำนวณว่าจะถึงบ้านเวลา 18:40 น. ข้อมูลนี้สามารถกลายเป็นบริบทสำหรับร่างข้อความว่า “กำลังเดินทาง คาดว่าจะถึง 18:40 น.” โมเดลช่วยร่างเนื้อหา ส่วน FoneClaw แสดงผู้รับและข้อความบน Android เพื่อให้ผู้ใช้ยืนยันก่อนส่ง การส่งข้อความเป็นงานบนโทรศัพท์ ไม่ใช่การให้โมเดลหรือระบบรถข้ามไปควบคุมแอปโดยตรง

หากผู้ใช้ต้องการเตรียมบ้าน FoneClaw สามารถช่วยในส่วน Android ที่รองรับ เช่น จัดการข้อมูลหรือเปิดขั้นตอนที่เกี่ยวข้องบนโทรศัพท์ ขณะที่คำสั่งถึงหลอดไฟ เครื่องปรับอากาศ หรืออุปกรณ์อื่นต้องดำเนินผ่านแพลตฟอร์มบ้านและสิทธิ์ของอุปกรณ์นั้น การแบ่งหน้าที่เช่นนี้ทำให้เห็นชัดว่าใครเป็นผู้ตีความ ใครอนุญาต และใครเป็นผู้เปลี่ยนสถานะของฮาร์ดแวร์จริง

เมื่อขั้นตอน Android ไม่รองรับ FoneClaw จะแสดงสถานะและช่วยให้ผู้ใช้เลือกวิธีดำเนินต่อ เช่น เปิดแอปเป้าหมายพร้อมข้อมูลที่เตรียมไว้ หรือเก็บร่างไว้ให้ตรวจภายหลัง วิธีนี้รักษาความต่อเนื่องของงานโดยไม่รายงานผลที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นบนโทรศัพท์

ดังนั้นบทบาทของ FoneClaw ในผู้ช่วย AI ในรถ Phone Agent สมาร์ทโฮม คือทำให้ส่วนงานบน Android มีเจ้าของที่ชัดเจน โมเดลช่วยคิด FoneClaw ลงมือทำเฉพาะคำสั่งที่รองรับ ผู้ใช้มองเห็นผลและยืนยันในจุดสำคัญ ส่วนรถและแพลตฟอร์มบ้านยังรับผิดชอบอุปกรณ์ของตนเอง

เลือกผู้ลงมือทำให้ถูกระบบในแต่ละสถานการณ์

ก่อนสร้างกระบวนการข้ามรถ โทรศัพท์ และบ้าน ให้เริ่มจากผลลัพธ์สุดท้ายแล้วระบุผู้ที่เห็นสถานะจริงของแต่ละขั้น หากเป้าหมายคือเปลี่ยนอุณหภูมิห้องโดยสาร ระบบรถควรเป็นผู้ดำเนินการ หากต้องส่งข้อความ Phone Agent ต้องตรวจแอปและผู้รับ หากต้องเปิดไฟบ้าน แพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมต้องตรวจอุปกรณ์กับบัญชี

สถานการณ์ผู้เข้าใจหรือวางแผนผู้ดำเนินการหลักสิ่งที่ควรยืนยัน
เริ่มเดินทางไปนัดหมายผู้ช่วยในรถหรือโมเดลที่อ่านปฏิทินตามสิทธิ์ระบบนำทางของรถหรือโทรศัพท์ปลายทางและเส้นทาง
แจ้งเวลาถึงให้ครอบครัวโมเดลใช้เวลาจากระบบนำทางเพื่อร่างข้อความPhone Agent บน Android ที่รองรับงานนั้นผู้รับ แอป และข้อความ
โทรหาผู้ติดต่อระหว่างเดินทางผู้ช่วยที่ค้นรายชื่อได้ตามระบบรองรับระบบโทรของรถหรือโทรศัพท์ชื่อและหมายเลขเมื่อมีความกำกวม
เตรียมบ้านก่อนถึงระบบอัตโนมัติหรือโมเดลประเมินเงื่อนไขแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมบ้าน ห้อง อุปกรณ์ และฉากที่เลือก
ปรับอุณหภูมิในรถคำสั่งเสียงที่รถรองรับระบบควบคุมรถโซนและค่าที่ต้องการ
สร้างนัดหมายหลังจอดรถโมเดลสรุปวัน เวลา และผู้เกี่ยวข้องPhone Agent หรือแอปปฏิทินที่รองรับบัญชีปฏิทิน เวลา และผู้เข้าร่วม

สำหรับฉากออกจากบ้าน ให้ตรวจว่ารถพร้อมรับปลายทางหรือไม่ โทรศัพท์เชื่อมบัญชีที่ถูกต้องหรือไม่ และบ้านควรเปลี่ยนสถานะเมื่อผู้ใช้คนใดออก หากมีสมาชิกคนอื่นอยู่บ้าน การปิดอุปกรณ์ทั้งหมดจากสถานะของผู้ใช้เพียงคนเดียวอาจไม่ตรงกับเจตนา

สำหรับฉากเดินทางกลับ ให้แยกเวลาถึงโดยประมาณออกจากคำสั่งเตรียมบ้าน เวลาถึงเปลี่ยนได้ตามการจราจร จึงควรใช้เงื่อนไขที่ระบบรองรับ เช่น ระยะห่างหรือช่วงเวลา แทนการเปิดอุปกรณ์ทันทีตั้งแต่เริ่มเดินทาง และควรแสดงสถานะเมื่ออุปกรณ์บ้านไม่ตอบสนอง

งานที่เกี่ยวกับข้อความ ปฏิทิน และการโทรควรตรวจผู้รับหรือบัญชีก่อนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อโทรศัพท์มีบัญชีส่วนตัวกับบัญชีงานพร้อมกัน ส่วนคำสั่งรถควรใช้ช่องทางที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ควรนำความสามารถสนทนาของผู้ช่วยไปตีความว่าได้รับสิทธิ์ควบคุมรถทุกฟังก์ชัน

เกณฑ์ตัดสินใจสุดท้ายมีสี่ข้อ ได้แก่ ระบบใดมีข้อมูลล่าสุด ระบบใดได้รับสิทธิ์จากผู้ใช้ ระบบใดสามารถแสดงผลจริง และขั้นตอนไหนต้องยืนยัน หากตอบได้ครบ กระบวนการข้ามรถ โทรศัพท์ และบ้านจะยังคงเข้าใจง่ายแม้เบื้องหลังมีหลายแพลตฟอร์มทำงานร่วมกัน

คำถามที่พบบ่อย

ทำได้เมื่อรถและแพลตฟอร์มบ้านมีช่องทางเชื่อมต่อที่รองรับ พร้อมใช้อุปกรณ์ บัญชี แอป เวอร์ชัน และภูมิภาคที่เข้าเงื่อนไข ผู้ช่วยอาจเข้าใจคำขอ แต่คำสั่งถึงอุปกรณ์บ้านต้องดำเนินผ่านแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมที่เห็นสถานะและมีสิทธิ์ควบคุมอุปกรณ์นั้น
เป็นแนวทางเชื่อมผู้ใช้ โทรศัพท์ อุปกรณ์สวมใส่ รถ Xiaomi และอุปกรณ์สมาร์ทโฮมผ่าน HyperOS และ HyperConnect เพื่อรองรับการควบคุมข้ามอุปกรณ์และฉากอัตโนมัติ ความสามารถจริงขึ้นกับรุ่นอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ แอป บัญชี และตลาดที่รองรับ
Tesla ระบุว่า Grok เป็นผู้ช่วยสนทนาในรถและเริ่มการนำทางได้ ส่วนคำสั่งสื่อกับระบบปรับอากาศยังใช้คำสั่งเสียงเดิมของรถ Rivian Assistant รองรับการค้นหา การนำทาง การค้นผู้ติดต่อ การโทร และคำขอที่กำหนดไว้ ความสามารถเหล่านี้ไม่ควรถูกตีความว่าเปิดสิทธิ์ควบคุมแอป Android ได้ทุกแอป
FoneClaw ดูแลงานส่วน Android ที่รองรับ โมเดลซึ่งกำหนดค่าไว้ช่วยทำความเข้าใจและวางแผน ส่วน FoneClaw ดำเนินคำสั่งบนโทรศัพท์พร้อมแสดงผล ใช้สิทธิ์ตามงาน และขอการยืนยันจากผู้ใช้ ระบบรถยังควบคุมฟังก์ชันรถ และแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมยังควบคุมอุปกรณ์บ้านของตน